จอมเนตรเทวนิพพาน

บทที่ 5 เลี้ยงไม่ไหว

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ผู้คนรอบข้างพากันหวาดหวั่นต่ออวิ๋นเจิงที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป ดวงตาฉายแววระแวดระวังและใคร่ครวญ

อวิ๋นเจิงเมื่อวานคลายผนึกก็ทะลวงถึงขั้นเจ็ดจอมวิญญาณในคราวเดียว

ที่พวกเขามองไม่ทะลุระดับพลังบนร่างนาง เป็นเพราะหรงซั่วมอบกำไลข้อมือให้นาง กำไลนั้นอำพรางระดับพลังบนร่างนางได้

โดยปกติ ถ้ามองไม่ทะลุระดับพลังของใคร คนผู้นั้นก็อาจไร้พลัง หรือไม่ก็เหนือกว่าพวกเขา

ในเมื่อนางมีคลื่นพลังวิญญาณ ผู้คนจึงคาดเดาว่าพลังนางลึกล้ำเกินหยั่งรู้ อย่างน้อยก็เหนือกว่าพวกเขา

นี่แหละคือผลลัพธ์ที่อวิ๋นเจิงต้องการ!

อวิ๋นเจิงกวาดตามองสตรีรูปงามที่กำลังเดือดดาล “เจ้าเป็นสิ่งใดกัน ถึงบังอาจด่าข้า?”

หญิงสาวอ้ำอึ้ง นัยน์ตาที่มองนางราวกับอยากถลกหนังรื้อกระดูก

“ท่านอย่าได้โอหังนัก บิดาข้าเป็นประมุขตระกูลซู หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของแคว้นต้าฉู่ ส่วนข้าคือซูหรง บุตรีสายตรงแห่งตระกูลซู! หากข้าไร้ความหมาย เช่นนั้นท่านเล่าเป็นสิ่งใด?”

อวิ๋นเจิงว่า “สิ่งใดกัน? ตระกูลซู? ไม่เคยได้ยิน”

อวิ๋นเจิงกล่าวพลางยกมือขึ้น ใบไม้สีเขียวอ่อนหลายใบเรียงตัวลอยกลางอากาศ นางกวาดสายตาอย่างไม่ใส่ใจไปทั่วผู้คนพลางว่า “ข้าเดินทางเมฆามาถึงที่นี่ สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของสัตว์เทพที่กำลังปรากฏ จึงตั้งใจมาสำรวจดู แต่กลับมีคนบังอาจล่วงเกินข้า…”

ทันใดนั้น ดวงตานางก็เยียบเย็น "หากยังทำให้ข้าไม่พอใจ ข้าไม่รังเกียจที่จะล้างตระกูลซูอะไรนั่นของแคว้นต้าฉู่ ล้างตระกูลสักตระกูลสำหรับข้า ง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ"

สิ้นเสียง อวิ๋นเจิงดีดนิ้วดัง ‘เพี๊ยะ’

พริบตาเดียว ใบไม้สีเขียวอ่อนหลายใบพุ่งเข้าหาซูจิ้งกับซูหรง ล้อมรอบทั้งสองไว้…

ซูจิ้งตกใจ พอจะดึงซูหรงถอยหนีก็ไม่ทันแล้ว

‘ตูมมม——’

เสียงระเบิดกึกก้อง เปลวเพลิงระเบิดกระจาย!

ควันหนาจางหาย ทั้งสองเสื้อผ้าขาดวิ่นไหม้เกรียม ผมถูกไฟลวกเป็นกระจุกติดกัน แขนยกป้องใบหน้า

ซูจิ้งมีระดับพลังราชันวิญญาณขั้นแปด บาดเจ็บไม่หนักนัก แต่ซูหรงมีเพียงระดับปรมาจารย์วิญญาณขั้นหก จึงบาดเจ็บหนักกว่ามาก

อวิ๋นเจิงเห็นภาพนี้ก็อดเสียดายไม่ได้ ดูเหมือนว่าพลังวิญญาณของโลกนี้จะแข็งแกร่งจริง หนึ่งในท่าไม้ตายของนางกลับคร่าชีวิตพวกเขาไปไม่ได้เกินครึ่ง!

ปณิธานที่จะแข็งแกร่งของนางยิ่งหยั่งรากลึก

ส่วนหรงซั่วที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งเห็นดังนั้น คิ้วก็อดเลิกขึ้นไม่ได้ แววตาวาบประหลาดใจ มุมปากยกยิ้มน้อยๆ แต่ครู่ต่อมา คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที

อวิ๋นเจิงที่อยู่ไกลออกไป ใต้ผ้าปิดหน้ามีโลหิตไหลซึมจากมุมปาก

บาดเจ็บแล้ว…

การใช้คาถานั้นคงต้องแลกด้วยบางอย่าง นางทำกับตัวเองอย่างนี้แหละ!

ไม่รู้ทำไม ในใจจึงอึดอัด

ต้องเป็นเพราะนางไม่ทะนุถนอมร่างกายตนเองจึงทำให้เขาได้รับผลกระทบ หรงซั่วยิ่งคิดยิ่งว่าถูกต้อง สุดท้ายใบหน้าหล่อเหลาก็บึ้งตึง ร่างกายแผ่ไอเย็น

ม่ออวี่ที่อยู่ด้านหลังเขาลูบมือตัวเองเงียบๆ

ขณะนั้น อวิ๋นเจิงยืนกอดอก ท่วงท่าผยองจ้องมองพ่อลูกตระกูลซูที่อยู่ในสภาพกระเซอะกระเซิง

“ข้าเพียงใช้วิชาเล็กน้อยก็ทำให้พวกเจ้าสกปรกมอมแมม พวกเจ้าคิดว่าตนจะเข้าตาข้าหรือ?”

ซูจิ้งฉายแววอาฆาตวูบหนึ่งแล้วหายไป เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย ประสานมือคารวะตามธรรมเนียมรุ่นหลัง ท่าทีเคารพนอบน้อม “เป็นข้าซูจิ้งที่ไม่เจียมตัว หวังว่าท่านจะไม่ถือสาคนใจแคบ”

อวิ๋นเจิงได้ยินก็หัวเราะเย็นชา กวาดสายตาเฉียบคมไปที่ซูหรง

“เจ้าสั่งสอนบุตรีอย่างนี้น่ะหรือ?”

ความหมายก็คือให้ซูหรงขอขมาอวิ๋นเจิงด้วย

ซูจิ้งรีบส่งสายตาให้ซูหรงทันที ซูหรงกัดริมฝีปาก กล่าวอย่างอ่อนแอว่า “เป็นข้าน้อยที่ล่วงเกินท่าน ขออภัย”

“คุกเข่า”

เสียงของอวิ๋นเจิงที่ฟังไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิงดังขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยอมให้โต้แย้ง

ซูหรงซ่อนมือใต้แขนเสื้อกำแน่นจนเล็บจิกลงในเนื้อ เลือดซึมกระจาย

หากนางคุกเข่าต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ ข่าวแพร่งพรายออกไป หน้าตานางจะเหลืออยู่ที่ใด?!

อวิ๋นเจิงกวาดสายตาไปที่ซูหรง “จะคุกเข่าหรือไม่?”

ซูจิ้งสัมผัสถึงเจตนาฆ่าในแววตาอวิ๋นเจิง จึงตัดสินใจเด็ดขาด กดซูหรงลง ‘ผลุบ’ เสียงดัง ซูหรงคุกเข่า!

“บุตรีข้ายังอ่อนหัด ไม่รู้ความ ล่วงเกินท่านไปมาก ขอท่านอภัย” ซูจิ้งพูดประจบ

ซูหรงเต็มไปด้วยความอัปยศ กล้าโกรธแต่ไม่กล้าพูด

อวิ๋นเจิงเห็นสีหน้านาง ความแค้นในใจก็พลันจางลงบ้าง

อวิ๋นเจิงหลุบตาลง แววโหดเหี้ยมวาบผ่าน ซูหรง นี่เป็นเพียงดอกเบี้ย ต่อไปเจ้าค่อยตั้งตารอรับเถิด

“อืม”

อวิ๋นเจิงตอบรับอย่างไม่ใส่ใจว่า ‘อืม’ แล้วเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกล นางเอนหลังพิงต้นไม้ ไขว้แขนไว้ที่อก ขาขวาตั้งขึ้น ดูเกียจคร้านผ่อนคลาย

ขณะนั้น ไม่น้อยคนที่กลอกตามีแผนการในใจ ถึงรวบรวมความกล้าเข้ามาถามว่า

“ฟังน้ำเสียงท่าน ท่านไม่ใช่คนแคว้นต้าฉู่ของพวกเรา”

อวิ๋นเจิงตอบเรียบๆ “ย่อมไม่ใช่”

หลายคนหวังจะคาดคั้นเอาข้อมูลบ้าง แต่ล้วนถูกอวิ๋นเจิงเลี่ยงเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน แถมยังข่มขวัญพวกเขาไปด้วย ทำให้จิตใจที่ปั่นป่วนของพวกเขาสงบลง

ขบวนผู้คนมาถึงมากขึ้นเรื่อยๆ

อวิ๋นเจิงหรี่ตาลง ครึ่งชั่วยามที่นางคำนวณไว้มาถึงแล้ว สัตว์เทพกำลังจะปรากฏ!

ทันทีที่นางยืดตัวตรง ฝูงสัตว์ก็เริ่มอาละวาด โจมตีขบวนมนุษย์ไม่หยุด

พริบตาเดียวก็เกิดโกลาหลอลหม่าน

นางย่อปลายเท้า กระโจนขึ้นไปบนต้นไม้สูง นั่งคุกเข่าครึ่งหนึ่งรอดูสถานการณ์

‘โฮก——’

‘โฮก——’

“ฆ่ามัน ฝูงสัตว์พุ่งมา สัตว์เทพปรากฏ!”

หมาป่าหิมะร่างมหึมาตัวหนึ่งคำราม “ท่านราชันแห่งพวกข้า พวกเจ้ากล้าละโมบหรือ!”

นี่คือสัตว์เซียน!

สัตว์เซียนสามารถพูดภาษามนุษย์ได้

ผู้แข็งแกร่งระดับราชันวิญญาณไม่น้อย กระทั่งระดับจักรพรรดิวิญญาณก็เริ่มโจมตีสัตว์เซียนพวกนั้น

ทันใดนั้น ในถ้ำก็ระเบิดแสงสีขาวเจิดจ้าออกมา พัดกระหน่ำมนุษย์หรือสัตว์ที่อยู่รอบๆ ถ้ำกระเด็นไป

บนท้องฟ้า เมฆดำทะมึน ลมเมฆปั่นป่วน

เสียงฟ้าร้อง ‘สนั่นหวั่นไหว’ ดังราวกับอยู่ข้างหู สะเทือนใจจนหวั่นผวา

สัตว์เทพกำลังจะเผชิญภัยพิบัติสายฟ้า!

ในชั่วพริบตานั้น ต้นไม้ใหญ่ที่อวิ๋นเจิงอยู่ถูกแรงพายุรุนแรงฉีกกระชากจนแตกกระจาย นางเสียหลักร่วงหล่นลงมา กำลังจะปรับท่าทางลงพื้นให้เหมาะสม ก็มีแขนแข็งแรงดุจเหล็กโอบเอวนางขึ้น ทั้งร่างนางก็ตกลงสู่อ้อมกอดที่เปี่ยมด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวเย็นสะอาด

อวิ๋นเจิงแหงนหน้ามอง เห็นเพียงคางที่รับกับกรามของเขาได้สมบูรณ์แบบ

“หรงซั่ว…” เป็นเขาได้อย่างไร เขาไม่ใช่พักอยู่ใต้หุบผาหรอกหรือ?

หรงซั่วก้มหน้ามองนาง เอ่ยปากว่า “มีระดับพลังแค่นี้ก็กล้ามาที่นี่หรือ? อยากหาที่ตายหรืออย่างไร?”

อวิ๋นเจิงเพิ่งจะพูดขึ้น หรงซั่วก็ผลักนางออกไปราวกับรังเกียจ

อวิ๋นเจิง “…”

เห็นนางไม่พูด หรงซั่วจึงกระแอมเบาๆ “ต้องการสัตว์เทพหรือไม่?”

“ข้าก็แค่อยากมาดู” ถือโอกาสสั่งสอนซูหรงดอกบัวขาวนั่นเสียด้วย ส่วนสัตว์เทพ ข้าแค่มาดูว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไร

ได้ยินว่าการเลี้ยงสัตว์เทพต้องใช้สมุนไพรวิญญาณและโอสถทิพย์ เป็นต้น

คนอื่นเลี้ยงไหว แต่ข้าเลี้ยงไม่ไหว!

นี่มันเงินทองที่จะต้องเสียมากมาย!

หรงซั่วขมวดคิ้ว ถามว่า “เหตุใดจึงไม่เอา?”

ขณะนั้นหรงซั่วคิดในใจว่า นางคงไม่ต้องการสัตว์เหนือเทพหรอกนะ? จริงด้วย สัตว์เทพนั้นดูจะต่ำต้อยไปหน่อย แต่สัตว์เหนือเทพ ด้วยระดับพลังกับพลังจิตของนางคงไม่เหมาะ

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com