บทที่ 4 โลงศพตกพื้น
การตายของเมียหม่าอ้าวซานประหลาดเหลือเกิน
ตามคำบอกเล่าของหม่าอ้าวซานในภายหลัง วันนั้นนางกับลูกกลับไปนอนยังดี ๆ อยู่ พอถึงกลางดึกก็ได้ยินเสียงดังในลานบ้าน แต่กลางวันทำไร่ทำนามาทั้งวัน เหนื่อยแทบขาดใจ ขนาดเปลือกตายังเปิดไม่ขึ้น ราง ๆ เหมือนมีคนเรียกชื่อเมียเขา ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองมึน ๆ อยู่หรือเปล่า
ผ่านไปไม่นาน เมียของหม่าอ้าวซานก็ผลุดลุกจากเตียงขึ้นมาทันที หม่าอ้าวซานที่ง่วงงุนทั้งตัวเอ่ยถามนางว่าจะไปไหน
เมียของหม่าอ้าวซานไม่ตอบกลับ หม่าอ้าวซานนึกว่านางจะไปเรือนส้วม เลยไม่ได้ถามอะไรอีก แล้วก็หลับต่อทันที ตื่นเช้ามาอีกที กลับพบว่าเมียไม่ได้อยู่บนเตียง หาให้ทั่วก็หาไม่พบ เลยไปเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันหา ดูกันจนทั่วทั้งหมู่บ้านก็ยังหาตัวไม่เจอ สุดท้ายระดมคนทั้งหมู่บ้านออกตามหา ถึงได้เจอศพนางที่หลังเขา
ตอนที่ทุกคนเห็นศพเมียหม่าอ้าวซาน ถึงกับตกใจจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ในทันใด
คนในหมู่บ้านไม่เคยเห็นใครตายอย่างน่าอเนจอนาถใจถึงเพียงนี้ ตัวเต็มไปด้วยแผลฉกรรจ์ถูกอะไรบางอย่างกัดจนเป็นริ้วเลือด เท้าข้างหนึ่งถูกแทะจนเห็นแต่กระดูกขาวโพลน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ มุมปากของเมียหม่าอ้าวซานยังมีรอยยิ้มเย็นเยียบแขวนอยู่ แถมดวงตายังเบิกค้างอีกด้วย
ตายทรมานถึงขนาดนี้ ยังหัวเราะได้อีก สภาพแค่คิดก็ขนหัวลุกแล้ว
หม่าอ้าวซานร่ำไห้ฟูมฟาย คนในหมู่บ้านช่วยกันเก็บศพนางลงโลง แล้วตั้งไว้ที่บ้าน
ตามธรรมเนียมของหมู่บ้านจิ่วซาน ศพต้องตั้งไว้ในบ้านสามวันจึงจะฝังได้
ช่วงไม่กี่วันนี้ มีคนค่อย ๆ แวะเวียนไปไว้อาลัย
เป็นเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ยังไงก็ต้องพบเจอกัน พ่อของฉันก็ซื้อกระดาษเงินกระดาษทองมาเพื่อไว้อาลัยให้เมียหม่าอ้าวซานด้วย
แต่ตอนที่เอากระดาษไปเผาหน้าโลงศพเมียหม่าอ้าวซาน เหตุการณ์ประหลาดก็บังเกิดขึ้น คนอื่นเผากระดาษกันดี ๆ แป๊บเดียวก็ลุกไหม้หมดจด เหลือเพียงกองขี้เถ้า แต่กระดาษเหลืองที่พ่อฉันซื้อมา โยนใส่กระถางไฟแล้ว กลับจุดไม่ติดเลย ต่อให้ราดเหล้าแรงใส่ก็ไหม้ไปนิดเดียว ไม่นานก็ดับมอดลง
ไม่รู้ลมประหลาดพัดมาจากไหน เป่าขี้เถ้ากระดาษในกระถางไฟกระจายออกมาเต็มหัวเต็มหน้าพ่อฉัน
กระดาษเงินกระดาษทองเผาไม่ได้ ก็จุดธูปสามดอกไหว้แทน แต่ธูปที่จุดไม่ทันจะติดดี ก็มีสองดอกสะบั้นลงกลางคัน ดอกตรงกลางสมบูรณ์ไม่มีอะไร แต่ดอกสองข้างกลับหักกลางคอ นั่นก็คือสามยาวสองสั้น
คนรอบข้างเห็นสถานการณ์นี้ พากันหน้าถอดสี ไล่ธูปออกมาเป็นแบบนี้ เห็นชัดว่าผู้ตายมีโทสะกับคนที่มาไว้อาลัย
ของเซ่นไหว้ที่ฝั่งนั้นไหว้มา ทั้งธูปทั้งกระดาษเงินกระดาษทองไม่ยอมรับเลย
พ่อฉันก็ตกใจหนัก รีบวิ่งคนเดียวกลับบ้าน ไปเล่าเรื่องนี้ให้ปู่ฉันฟัง
ปู่เราถอนหายใจ รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา
ที่จริง คนหัวใสคิดดูก็รู้ การตายของเมียหม่าอ้าวซานสัมพันธ์กับฉันอย่างเลี่ยงไม่ได้
เพราะเรื่องที่ฉันให้เด็กอ้วนลูกชายเขากินเลือด เมียหม่าอ้าวซานเลยทุบตีฉัน ตกกลางคืนเรื่องเกิดทันที
ตอนแรกที่อู๋ป้านเซียนบอกว่าฉันทุกรอบสามปีจะเจอเคราะห์ หากไม่ฉันตายก็ต้องเป็นคนอื่นตาย ตอนนี้เมียหม่าอ้าวซานตาย ก็สอดคล้องกับเคราะห์ของฉันพอดี
แถมบาดแผลใหญ่เล็กพวกนั้นบนตัวเมียหม่าอ้าวซาน เห็นชัดว่าถูกสัตว์ป่าแทะกัด ดูจากรอยเขี้ยวแล้ว เหมือนเซเบิลกับหมาจิ้งจอกกัดมาก
คนทั้งหมู่บ้านรู้ดี วันฉันเกิด มีเซเบิลกับหมาจิ้งจอกนับร้อยมาค้อมคำนับหน้าประตูบ้าน ทุกวันยังมีเซเบิลกับหมาจิ้งจอกเอาของป่ามาให้บ้านฉัน
ตอนนี้คนในหมู่บ้านเริ่มคุยกันซุบซิบ บอกว่าฉันเป็นคนทำให้เมียหม่าอ้าวซานตาย
แรก ๆ คนในหมู่บ้านก็แค่ระแวง
แต่วันรุ่งขึ้น เรื่องนี้ก็ฟันธงแน่ชัด
เพราะคืนนั้นหลังจากพ่อฉันไปไว้อาลัยเมียหม่าอ้าวซานกลับมา ทั้งบ้านของฉันก็ฝันร้ายด้วยกันหมด ยกเว้นตัวฉัน
ในฝัน เมียของหม่าอ้าวซานมาที่บ้านฉัน นางเดินกะเผลกด้วยเท้าข้างหนึ่ง อีกข้างเป็นกระดูกขาวโพลน มุมปากแขวนยิ้มดุดันอาฆาตแค้น บอกกับคนในบ้านฉันว่า ฉันเป็นคนทำให้นางตาย ต้องเอาฉันไปตายชดใช้ ยังจะให้คนในบ้านฉันฆ่าฉัน ไม่อย่างนั้นตระกูลอู๋ของฉันทั้งหมดก็ต้องโดนตามไปเป็นผี
คืนนั้น หม่าอ้าวซานเองก็ฝัน ฝันว่าเมียของเขากลับมา มาร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้า บอกว่าฉันเป็นคนทำให้นางตาย ยังสั่งให้หม่าอ้าวซานไปฆ่าฉันเสีย ถึงจะทำให้นางไปเกิดใหม่ได้อย่างสบายใจ
เช้าตรู่ หม่าอ้าวซานมาหาฉันที่บ้าน สายตาที่มองฉันเต็มไปด้วยเจตสังหาร มาทวงความเป็นธรรมกับบ้านฉัน ในมือยังถือมีดสับฟืนมาอีก
พ่อแม่ตกใจมาก ไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายปู่เป็นฝ่ายออกหน้า ผลักฉันออกไปต่อหน้าเขา หน้าตาเย็นชาพูดกับหม่าอ้าวซานว่า “ถ้าเอ็งแน่ใจแน่ว่าเด็กคนนี้ทำให้เมียเอ็งตาย เอ็งก็ฆ่ามันให้เมียเอ็งตายตามได้เลย ถ้าเอ็งกล้าพอ ตอนนี้ลงมือเลย”
หม่าอ้าวซานจะกล้าลงมือจริง ๆ ได้ยังไง ถ้าฆ่าฉันจริง ตัวเขาเองก็ต้องโดนยิงเป่า สุดท้ายเลยได้แต่เดินกลับไปหงอย ๆ
โลงศพตั้งอยู่ในบ้านหม่าอ้าวซานสามวัน ในที่สุดก็ถึงวันฝัง
วันฝังศพ ฟ้าทั้งหมดหม่นมัว ไร้ลมแม้แต่น้อย
ในหมู่บ้านหาคนหนุ่มสาวสองสามคนมาหามโลง แต่โลงศพเพิ่งหามถึงหน้าประตูบ้าน เชือกหามก็ขาดลงทันที
นี่เป็นลางร้ายใหญ่หลวง ในหมู่บ้านมีคำเล่ากันว่า หลังจากโลงศพออกพ้นประตูบ้านไปแล้ว จนถึงหลุมศพ จะตั้งโลงลงพื้นไม่ได้ แต่เพิ่งจะออกพ้นประตูบ้านมา เชือกหามโลงก็ขาดเสียก่อน โลงศพเลยหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น แบบนี้มงคลไม่ดีอย่างยิ่ง เรื่องร้ายแรงกำลังจะเกิด
หม่าอ้าวซานเห็นเหตุการณ์นี้ ก็ตกใจสุดขีด ฟุบลงบนโลงศพร่ำไห้โฮ ร้องไห้พลางพูดพลางว่า “แม่หนูลูก เจ้าตายแบบคับแค้นคิดไม่ตกไม่ยอมไป ข้ารู้ เจ้ามีความแค้นอะไรก็ตาม ไปหาคนที่ทำให้เจ้าตายเถอะ อย่ามาป่วนคนในบ้านให้เดือดร้อนเลย…”
ระหว่างที่หม่าอ้าวซานกอดโลงศพร่ำไห้อยู่นั่น ทันใดนั้นด้านหลังก็มีเสียงรู้ดรี่ดังแซ่ซ้อง
เหมือนกับวันแรกที่ฉันเกิดเปี๊ยบ ใกล้ ๆ หน้าบ้านหม่าอ้าวซาน มีเซเบิลกับหมาจิ้งจอกนับร้อยปรากฏตัวขึ้นทีเดียว
ในนั้นมีเซเบิลตัวหนึ่ง ขนาดใหญ่มากอย่างไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่ส่วนหัวยันแผ่นหลัง มีขนสีขาวลาดยาวเป็นแนว
ตัวเซเบิลยักษ์นี่นำเซเบิลกับหมาจิ้งจอกนับร้อยตัวมุ่งตรงมาถึงหน้าโลงศพ ทำให้คนรอบข้างพากันหลบถอยออกไปสองข้างทาง บางคนใจเสาะ ขาอ่อนจนวิ่งไม่ไหว ล้มลงไปกองกับพื้น
เซเบิลตัวที่มีขนขาวบนหลังนั้น เข้ามาข้างโลงศพเมียหม่าอ้าวซาน เดินวนรอบโลงสามรอบ ชูอุ้งเท้าปุกปุยข้างหนึ่ง ยกขึ้นตบลงบนโลงศพสามทีต่อกัน เกิดเป็นเสียง “ตึงตึง” ทุ้มทึบ
เสร็จแล้ว เจ้าเซเบิลยักษ์นั่นก็นำพาฝูงสัตว์พวกนั้นไปอย่างรวดเร็ว
พอเซเบิลกับหมาจิ้งจอกพวกนั้นไปกันหมดแล้ว หนุ่ม ๆ ที่ยกโลงก็ลองยกโลงขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ โลงศพกลับยกขึ้นได้
หลังจากที่เซเบิลหลังขาวตัวนั้นเดินวนสามรอบแล้วตบโลงสามที ในที่สุดก็สามารถฝังลงได้อย่างราบรื่น
แต่วันรุ่งขึ้นหลังจากฝังเมียหม่าอ้าวซานแล้ว ผู้คนกลับพบว่าหลุมศพของเมียหม่าอ้าวซานถูกขุดเปิด ศพหายไปอย่างไร้ร่องรอย