เป็นอย่างที่คิด ลุงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นว่า “สาวน้อย พ่อหนุ่มเขาพูดถูกแล้ว การช่วยเหลือกันเป็นเรื่องดี แต่จะให้เขาช่วยเธอฝ่ายเดียว ส่วนเธอไม่ช่วยอะไรเขาเลยไม่ได้หรอกนะ”
ป้าอีกคนก็พูดเสริมว่า “ใช่แล้ว เมื่อกี้พ่อหนุ่มคนนี้บอกว่าพวกเธอยังติดเงินเขาอยู่เลย
เป็นหนี้ก็ต้องใช้คืน เป็นเรื่องสมเหตุสมผลอยู่แล้ว พวกเธอไม่เลี้ยงข้าวคนอื่น แถมยังจะให้เขาเลี้ยงเนื้ออีก แบบนี้ไม่ถูกต้องนะ”
ซ่งอวี้หลันหน้าเสียจนทนอยู่ต่อไม่ไหว จึงดึงหลินเสี่ยวเยี่ยนกลับไปนั่งที่เดิม
ซุนเจี้ยนกั๋วยังอยากพูดอะไรต่อ แต่ซ่งอวี้หลันปรายตามองปรามไว้
ฟู่หนานโจวกินข้าวต่ออย่างไม่รีบร้อนจนหมด ทั้งหมูตุ๋นซีอิ๊วและปลาผัดเปรี้ยวหวานเกลี้ยงจาน
ส่วนหลินเสี่ยวเยี่ยนกับพวกอีกสี่คนแบ่งหมั่นโถวธัญพืชหยาบกันไม่กี่ลูกกับซุปผักกาดขาวหนึ่งชาม กินไปก็จืดชืดไร้รสชาติ
กินเสร็จ ฟู่หนานโจวจ่ายเงิน ค่าอาหารสองอย่างกับข้าวสวยรวมกันเป็นเงิน 1 หยวน 2 เหมา
หลินเสี่ยวเยี่ยนเห็นเขาล้วงเงิน 1 หยวน 2 เหมาออกจากกระเป๋า ดวงตาก็แดงก่ำ
เธอค้นกระเป๋าตัวเองจนทั่วแล้ว เงินยังไม่ถึง 2 หยวนด้วยซ้ำ
ช่วงบ่าย พวกเขานัดพบกันหน้าสหกรณ์ ก่อนจะนั่งเกวียนวัวของลุงจ้าวกลับหมู่บ้าน
ตอนฟู่หนานโจวมาถึง ลุงจ้าวกำลังขนของขึ้นเกวียน
มีห่อสัมภาระอยู่หลายห่อ เครื่องมือทำไร่สองสามมัด แล้วก็ของกระจุกกระจิกอีกนิดหน่อย
ฟู่หนานโจวยกห่อสัมภาระใบใหญ่สองใบของตัวเองขึ้นเกวียน แล้วนั่งลงบนกระดานเกวียนอย่างมั่นคง
หลินเสี่ยวเยี่ยนกับอีกสองคนมาถึงช้า พอขึ้นเกวียนก็ไม่มีที่นั่งเหลือแล้ว
คราวนี้ซ่งอวี้หลันฉลาดขึ้น ไม่เบียดไปทางฟู่หนานโจวอีก นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเรียบร้อย แต่ระหว่างทางเกวียนกระเทือนจนหน้าเธอซีดเผือด ตอนลงจากเกวียนยังต้องจับขอบรถยืนพักอยู่พักใหญ่กว่าจะยืนไหว
กลับถึงหมู่บ้านแล้ว ฟู่หนานโจวยังไม่รีบกลับไปสถานพยาบาล
เขาไปถามที่บ้านหัวหน้ากองพลก่อน จึงรู้ว่าช่างไม้ในหมู่บ้านแซ่โจว เขาต้องไปหาอีกฝ่ายสักหน่อย
“ป้าหลิว งั้นผมไปก่อนนะครับ”
“ไปเถอะ ของพวกนี้ยังไงก็ต้องใช้ ถ้าหาในหมู่บ้านได้ครบก็ซื้อในหมู่บ้านดีที่สุด ข้างนอกแพงกว่า”
ป้าหลิวพูดพลางยิ้มแย้ม
