ชาวบ้านขาดแคลนสิ่งของสารพัด คูปองก็มีไม่พอใช้ ตลาดมืดจึงกลายเป็นช่องทางเดียวที่ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาด
ฟู่หนานโจวไม่ได้ตั้งใจออกไปตามหาตลาดมืด
เขามีเงินอยู่ในมือมากพอ ช่วงนี้จึงยังไม่จำเป็นต้องเข้าออกสถานที่แบบนั้นบ่อย ๆ
เพิ่งมาถึง ยังไม่คุ้นเคย ไว้ก่อนดีกว่า
“รอให้ตั้งหลักได้แล้ว ค่อยปลอมตัวไปใหม่”
เขาไปที่ไปรษณีย์ พัสดุใบใหญ่สองห่อมาถึงได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว บุรุษไปรษณีย์กำลังจะนำไปส่งที่หมู่บ้าน
ฟู่หนานโจวเซ็นชื่อแล้วรับพัสดุออกมา
พัสดุทั้งสองห่อมีขนาดไม่เล็ก ห่อหนึ่งบรรจุเครื่องนอน อีกห่อใส่เสื้อผ้ากับของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมกันหนักราว 20-25 กิโลกรัม
พนักงานไปรษณีย์ช่วยมัดห่อให้ ฟู่หนานโจวแบกพัสดุออกจากที่ทำการ
ใกล้เวลาอาหารกลางวันแล้ว ฟู่หนานโจวตัดสินใจไปร้านอาหารของรัฐเพื่อกินมื้อดี ๆ สักมื้อ
ร้านอาหารของรัฐตั้งอยู่ใจกลางถนน หน้าร้านไม่ใหญ่ ด้านในมีโต๊ะอยู่หกเจ็ดตัว
เวลานี้มีคนนั่งอยู่ไม่น้อย ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ที่มาทำธุระที่สหกรณ์ตำบลกับชาวนาที่มาเดินตลาด
ฟู่หนานโจวเงยหน้ามองป้ายผืนยาวบนผนัง ซึ่งเขียนไว้ว่า “ห้ามทำร้ายลูกค้าโดยไม่มีเหตุผล”
ฟู่หนานโจวพูดไม่ออก ยุคสมัยนี้มีเรื่องทำร้ายลูกค้าเกิดขึ้นจริง ๆ ด้วย
เบื้องหลังคำขวัญทุกผืน ล้วนมีความจำใจที่ชวนให้หัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก
บนผนังยังมีเมนูติดอยู่ ระบุรายการอาหารประจำวันไว้ด้วย
ด้านล่างเป็นรายการอาหารที่มีขายวันนี้
ฟู่หนานโจวไม่ได้ดูนาน ก็สั่งทันที “เอากับข้าวเนื้อสองอย่าง หมูตุ๋นน้ำแดงหนึ่งจาน ปลาราดซอสเปรี้ยวหวานหนึ่งจาน แล้วก็ข้าวสวยชามใหญ่”
