มือของจางหวยหย่วนสั่นเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องใบแจ้งให้ไปชนบทใบนั้นแน่น ใบหน้าค่อย ๆ ซีดเผือด ก่อนจะกลายเป็นเขียวคล้ำจนแทบดูบิดเบี้ยว
“สหายจางหมิงหย่วน ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติแล้ว ให้เดินทางไปเข้าร่วมแรงงานชนบทกับกองพลก่อสร้างมณฑลเฮยหลงเจียง……”
เขาอ่านตัวอักษรบนกระดาษออกมา น้ำเสียงราวกับเค้นออกมาจากซอกฟัน “เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้เป็นไปได้ยังไง?”
ฟู่หนานโจวยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าไร้เดียงสาและเป็นห่วง “พ่อ เป็นอะไรไปครับ? นี่เป็นใบแจ้งของน้องหมิงหย่วนหรือครับ?”
“ใครเป็นคนสมัครให้เขา?” จางหวยหย่วนเงยหน้าพรวด สายตาคมกริบราวกับมีด จ้องฟู่หนานโจวเขม็ง “ใช่แกหรือเปล่า?”
ฟู่หนานโจวชะงัก ถอยหลังไปครึ่งก้าว สีหน้าจากเป็นห่วงเปลี่ยนเป็นงุนงง แล้วจากงุนงงกลายเป็นเจ็บปวด “พ่อพูดอะไรครับ? ผมจะสมัครให้น้องหมิงหย่วนได้ยังไง?
ผมไม่ใช่คนในครอบครัวเขา ไม่มีแม้แต่ทะเบียนบ้านของเขา แล้วผมจะใช้อะไรไปสมัครให้เขาล่ะครับ?”
จางหวยหย่วนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ฟู่หนานโจวพูดถูก
การสมัครไปชนบทต้องใช้ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองจากคณะกรรมการหมู่บ้าน และลายเซ็นของเจ้าตัว ฟู่หนานโจวไม่มีของพวกนั้นเลย
อีกทั้งบันทึกของสำนักงานเขตยังระบุชัดเจนว่า คนที่มาสมัครเป็นชายชนบทวัยสี่สิบกว่า ไม่ใช่เด็กหนุ่มวัยสิบหกที่อยู่ตรงหน้านี้
แต่ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไรก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“บอกฉันมาตรง ๆ”
จางหวยหย่วนลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปใกล้ฟู่หนานโจว กดเสียงต่ำแต่แฝงแววข่มขู่ “แกแอบทำอะไรลับหลังฉันหรือเปล่า?”
ฟู่หนานโจวไม่ได้ถอยหนี เขาเงยหน้ามองอีกฝ่าย ดวงตาค่อย ๆ แดงก่ำ “พ่อกำลังสอบสวนผมอยู่หรือครับ? ผมเพิ่งกลับมาได้ครึ่งเดือน ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสำนักงานเขตอยู่ที่ไหน แล้วผมจะทำอะไรได้?
ถ้าพ่อไม่เชื่อ ก็ไปตรวจสอบ ไปถามดูสิครับว่าผมเคยไปสำนักงานเขตหรือเปล่า”
เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย คล้ายกำลังอดกลั้นความน้อยใจอย่างสุดกำลัง
จางหวยหย่วนจ้องเขาอยู่นาน สายตาราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงข้างใน
แต่แววตาของฟู่หนานโจวใสซื่อบริสุทธิ์ ทั้งยังเจือความเศร้าที่ถูกใส่ร้ายอยู่หลายส่วน
“พ่อ ทำไมถึงโกรธขนาดนี้ครับ?”
