คุณพ่อเซิ่งกลับบ้านไปหนึ่งวัน รุ่งเช้ามืดวันถัดมาก็รีบกลับไปที่ไซต์งาน คุณแม่เซิ่งฉวยตอนเช้าที่อากาศเย็นสบายออกไปใส่ปุ๋ยและรดน้ำให้ต้นข้าวโพด
พอรู้เรื่องเซิ่งชงชงแล้ว คุณแม่เซิ่งก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ทำงานกระปรี้กระเปร่า หิ้วน้ำเดินฉับ ๆ ราวกับติดปีก
ชาวบ้านคนอื่นเห็นเข้าต่างก็ทัก
“โอ้โห สูหงนี่ ดูท่าทางมีความสุขจัง เจอเรื่องดีอะไรมาล่ะ เล่าให้ฟังหน่อยสิ”
คุณแม่เซิ่งแซ่หยาง ชื่อหยางสูหง คนในหมู่บ้านบ้างก็เรียกชื่อ บ้างก็เรียกเมียต้ากัง
ช่วงนี้หลายคนมาหาบน้ำที่บ่อน้ำเพื่อรดแปลงผัก เจอคุณแม่เซิ่งที่ยิ้มไม่หุบ ก็ย่อมมีคนสอดรู้สอดเห็นถามเข้า
คุณแม่เซิ่งที่ถูกถามไม่มีทางเล่าให้พวกเขาฟังหรอก บอกแค่ว่าข้าวโพดที่บ้านโตดี รู้สึกดีใจ
......
คนที่อารมณ์ดีไม่ใช่มีแค่คุณแม่เซิ่ง ยังมีเซิ่งชงชงที่กำลังถ่ายละครอยู่ในสตูดิโอไกลออกไปสองร้อยลี้
หลังจากง่วนอยู่กับเดโม่เพลงที่เฟยจื่อหยางส่งมาให้หลายวัน นอกจากเวลาถ่ายละครแล้ว เวลาที่เหลือเซิ่งชงชงก็เอาแต่คิดว่าเพลงนี้ควรร้องยังไง
ความพยายามไม่เคยทรยศใคร
สามวันต่อมา ในที่สุดเธอก็หาแพสชันเจอ ร้องได้เข้าท่าขึ้นมาหน่อย
ตอนนั้นเองเฟยจื่อหยางก็โทรมาบอกกระทันหันว่า เขามีธุระต้องกลับบริษัทวันที่ 26 พอดีกับที่เซิ่งชงชงใกล้จะปิดกล้องแล้ว และหลังจากนั้นก็ต้องกลับบ้านเตรียมตัวเปิดเทอม เธอเองก็มีเวลาว่างไม่มากพอจะไปกลับถิงปัว
ดังนั้นวันที่ 25 เซิ่งชงชงจึงนัดกับเฟยจื่อหยางว่าจะไปทดสอบเสียงในตอนค่ำ
เธอต้องฉวยจังหวะที่ยังมีแพสชันและเฟยจื่อหยางยังอยู่ เร่งเก็บสิทธิ์ร้องเพลงนี้ให้ได้
บ่ายวันนั้นพอเลิกกองถอดชุดออก เซิ่งชงชงก็ตรงไปยังห้องอัดเสียงที่เฟยจื่อหยางหาไว้ในพื้นที่
