กินงานเลี้ยงเด็กเสร็จ เซิ่งชงชงก็เช็ดปากแล้วเม้าท์ในใจเงียบๆ
โรงแรมนี้ไม่อร่อยเลย รสชาติก็งั้นๆ ที่ยังไม่เจ๊งนี่ก็แปลกนะ แอบมีอะไรให้คิดอยู่
แต่ถึงรสชาติจะงั้นๆ ก็ไม่ได้หยุดความคึกคักของแขกในการห่ออาหารกลับบ้านหรอกนะ ทุกโต๊ะกินเสร็จก็มีคนห่อของเหลือกลับกันทั้งนั้น แถมมีบางคนวิ่งมาห่อถึงโต๊ะพวกเธอด้วย
แต่มันก็ดีนะ ไม่สิ้นเปลืองดีน่ะ
แขกที่มางานเลี้ยงเด็กก็ล้วนแต่ควักเงินใส่ซองกันมา เพราะงั้นก่อนกลับ ทางตระกูลเจ้าที่เป็นเจ้าภาพก็ต้องมีของตอบแทนให้แขกด้วย
แขกทั่วไปรวมถึงญาติฝั่งลุงเซิ่งและแม่ของชงชง ตระกูลเจ้าจะให้ขนมแดงก้อนใหญ่รัศมีประมาณ 20 เซนติเมตรสองก้อนเป็นของตอบแทน
ส่วนตระกูลเซิ่ง ซึ่งนับว่าเป็นครอบครัวยายแท้ๆ ของเด็ก จะให้แค่ขนมสองก้อนกลับไปได้ยังไง
ตามธรรมเนียมแล้ว ของที่ตระกูลเซิ่งเอามา 'ส่งของรับขวัญหลาน' ตระกูลเจ้าต้องคืนกลับไปหนึ่งในสาม
คุณพ่อเซิ่งขับรถพาเซิ่งชูชุนกลับตระกูลเจ้า แม่เจ้าก็ทำทีอิดเอื้อน เลือกแล้วเลือกอีก หยิบของตอบแทนออกมาจากกองข้าวของ
มองดูของที่ต้องให้ไป แม่เจ้าก็ปวดใจเสียจนบิดเกร็งไปหมด
……
หลังจากไปร่วมงานฉลองครบเดือนของหลานสาวตัวน้อย เซิ่งชงชงก็เปิดเทอมในวันถัดมา
พอเปิดเทอม โรงเรียนมัธยมหลินซีหมายเลขหนึ่งก็รีบจัดสอบประจำเดือนทันที เซิ่งชงชงก้มหน้าก้มตาเขียนข้อสอบอย่างขมีขมัน
ผลก็ออกมาใช้ได้ ตัดปัญหาเรื่องฟิสิกส์ฉุดเกรดไปแล้ว เซิ่งชงชงสอบได้ที่สามของห้อง
ถ้าคะแนนระดับนี้รักษาไว้จนถึงสอบเข้ามหาลัยได้ อย่างน้อยๆ มหาลัยดังๆ ซักแห่งก็หนีไม่พ้น
ฤดูใบไม้ร่วงผ่านไป ฤดูหนาวมาเยือน เข้าสู่เดือนพฤศจิกายน
ตั้งแต่ปิดเทอมวันชาติ เซิ่งชงชงกลับมาโรงเรียนก็ตั้งใจเรียนอยู่ตลอด จนกระทั่งวันที่สี่ จู่ๆ ก็ได้โทรศัพท์จากผู้กำกับสวี่ สวี่เม่าหาง
