ไม่เพียงแต่เย่อู๋ซวงจะรู้สึกอึดอัด จี้ฮั่นไห่และคุณยายจี้ก็ไม่พอใจเช่นกัน
พวกเขาเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา มิฉะนั้นจะทำตัวเหลวไหลเช่นนี้ได้อย่างไร
น่าเสียดายที่เกรงใจฐานะของอีกฝ่าย พวกเขาจึงยากจะเอ่ยปากอะไร ได้แต่เก็บงำความขุ่นข้องไว้ในใจ แล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า
“ถ้าอย่างนั้นไปเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ก่อน ให้หลานสะใภ้บ้านเราดูหน่อย”
หวังไห่หยางพาเฉินหงไปเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์
เย่อู๋ซวงถือฟิล์มเอกซเรย์ ถามเฉินหงสองสามข้อ
เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย เฉินหงกลับไม่เย็นชาเหมือนก่อนหน้านี้ ตอบทุกคำถามอย่างไม่ปิดบัง
เย่อู๋ซวงฟังพลางขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อยๆ
อาการของเฉินหงค่อนข้างพิเศษ
หัวใจของเธอมีปัญหาอยู่บ้าง แต่อายุมากแล้ว จะผ่าตัดก็ไม่ไหว
ด้วยเหตุนี้ คุณหมอหลายคนก่อนหน้านี้จึงไม่แนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัด
แต่ถ้าไม่ผ่าตัด มันก็อุดตันจนเธอทรมาน กินก็ไม่ลง นอนก็ไม่หลับ เป็นทุกข์ยิ่งนัก
“การผ่าตัดนี้ฉันทำได้” เย่อู๋ซวงสรุป
“ข้อแม้คือต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลเหรินอ้ายสักระยะก่อน ให้ค่าต่างๆ ของร่างกายถึงเกณฑ์ที่เหมาะสม”
“จริงหรือ” เฉินหงขึ้นเสียงสูง สีหน้ายินดี
เทียบกับความยินดีของภรรยาแล้ว หวังไห่หยางไม่มีอาการสะเทือนอารมณ์แต่อย่างใด
เขาเหลือบมองเย่อู๋ซวงอย่างเสียมารยาท เอามือกอดอกวางท่าหยิ่งผยอง ก่อนเอ่ยปากรวนๆ
“คุณเอาความมั่นใจมาจากไหน”
คุณหมอเก่งๆ ทั้งในและต่างประเทศมากมายนัก ยังไม่กล้าตบปกรับรองว่าจะผ่าตัดได้ พอเจอเย่อู๋ซวงเอ่ยปากว่า “ฉันทำได้” จะให้เขาไม่เคลือบแคลงได้อย่างไร
