หยวนเฟิงเป็นคนซื่อตรงและทื่อ ๆ ผิวหน้าจะว่าหนาก็หนา จะว่าบางก็บาง
อย่างตอนนี้ เขาลำบากใจที่จะชวนเย่อู๋ซวงตรง ๆ ว่าต่อไปให้มาอยู่ทีมเดียวกับเขา ก็เลยได้แต่ส่งข้อความส่วนตัวไปบอกความในใจ
หวังว่าวันอาทิตย์ที่หยุดและเย่อู๋ซวงได้มือถือจะเห็นข้อความนี้แล้วตอบกลับมา
แต่เขากลับไม่รู้ว่าเย่อู๋ซวงไม่ค่อยเล่นเวยปั๋วและยิ่งไม่ค่อยดูข้อความส่วนตัว
ที่เคยใช้ก็เพราะมีเรื่องสำคัญต้องทำ
นั่นเลยกลายเป็นภาพแปลก ๆ ที่หยวนเฟิงเอาแต่กอดมือถือลุ้นตอบอยู่บ้านตัวเอง ส่วนเย่อู๋ซวงกลับไม่ยอมล็อกอินเข้าเวยปั๋ว ตรงไปนอกค่ายซะงั้น
นั่งรถรับส่งประมาณครึ่งชั่วโมง เย่อู๋ซวงก็มาถึงเมืองเล็ก ๆ ที่ใกล้กับค่ายที่สุด
เมืองไม่ใหญ่ สถานบันเทิงก็มีไม่มาก แต่เป็นที่ที่ดีที่สุดที่ทหารใหม่จะเลือกมาช่วงวันหยุด
รถยังไม่ทันจอดสนิท เย่อู๋ซวงก็เห็นจี้เซินที่ยืนตระหง่านสง่าอยู่ในเพิงพักรถแสนเรียบง่าย ราวกับเป็นจุดเด่นกลางฝูงชน
จี้เซินมาหาเธอแทบทุกสัปดาห์ ยกเว้นตอนไปทำงานต่างเมือง
นอกจากจี้เซินแล้ว พี่ชาย คุณพ่อคุณแม่ เจียนเจียวหยางพวกนั้นก็แวะมาบ้าง
เธอที่อยู่ในกรมทหาร ยังเป็นที่คิดถึงของทุกคน
เหมือนว่าวที่ต่อให้บินออกไปไกลแค่ไหน ก็ต้องมีเชือกที่ผูกสองสิ่งนั้นไว้ด้วยกันแน่นแฟ้น
“จี้เซิน!” เย่อู๋ซวงลงจากรถ
ท่ามกลางสายตาหยอกล้อและอิจฉาของเพื่อนร่วมรบ เธอเดินไปหาจี้เซิน
“สัปดาห์นี้เหนื่อยมั้ย”
จี้เซินดึงเด็กสาวเข้ามาในอ้อมอก แววตาลึกและเรียวคมไล่มองเธออย่างละเอียดเพื่อดูว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า
