ตอนเฉินชิงซานลงจากตึก ก็พบเข้ากับผู้บังคับกองพลหลินที่กำลังพาหัวหน้ากองทหารกับผู้บังคับการการเมืองหลายคนรีบขึ้นไปข้างบนพอดี
“สวัสดีครับท่านผู้บังคับบัญชา!”
เฉินชิงซานยืนตรงทำความเคารพอย่างเป็นระเบียบ
หลินเจี้ยนเซียะพยักหน้า แล้วเดินผ่านเขาขึ้นไปข้างบน
ตอนถึงทางเลี้ยวของบันได หลินเจี้ยนเซียะมองแผ่นหลังสูงสง่าที่กำลังเดินลงมาอย่างองอาจ ก่อนจะเรียกเขาไว้
เขากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เรื่องเมื่อวานฉันรู้แล้ว บอกภรรยาของนายด้วยว่า สิ่งที่เป็นของเธอก็ต้องเป็นของเธอ เขตทหารจะไม่เอาเปรียบเธอแน่นอน”
“ส่วนเรื่องของนาย อย่างช้าที่สุดปลายเดือนหน้า จะมีคำชี้แจงให้ ฝึกฝนให้เต็มที่ ช่วงนี้ฝ่ายเวียดนามเคลื่อนไหวบ่อย เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการขึ้นแนวหน้าไว้ทุกเมื่อ”
เฉินชิงซานยืนอยู่ด้านล่าง ทำความเคารพอย่างเป็นระเบียบอีกครั้ง
“รับทราบครับ ท่านผู้บังคับบัญชา!”
หลินเจี้ยนเซียะก้มหน้าพูดคุยกับคนข้าง ๆ พลางเดินขึ้นไปข้างบน
เรื่องของเฉินชิงซานที่เรือนรับรอง เมื่อวานแม่ทัพโจวแห่งเขตทหารใหญ่เตียนหนานได้เอ่ยถามเป็นพิเศษ
เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องเร่งสืบสวนแล้ว
เขาคาดว่าแซ่เฉินของเฉินชิงซาน กับแซ่เฉินของเลขาพรรคเฉินซูหย่า จะต้องมีความเกี่ยวข้องกันแน่
ไม่อย่างนั้นแม่ทัพโจวจะใส่ใจเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ไปทำไม
รูปถ่ายกับข้อมูลของลูกชายผู้บัญชาการเฉินที่ส่งมาจากเมืองหลวงก่อนหน้านี้ คงเป็นข้อมูลผิดที่พวกเขาจงใจส่งมาให้
คนที่ชื่อจางจี้ยังจับตัวไม่ได้ เรื่องเรือนรับรองคงยังหาข้อสรุปไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้
แต่โทษทางวินัยของหลิวเหวินฮั่นต้องกำหนดเสียก่อน
ไม่อย่างนั้นถ้าแม่ทัพโจวกลับมาถามเรื่องนี้อีก นั่นก็เท่ากับเขาบกพร่องต่อหน้าที่
“เสี่ยวหลิว เดี๋ยวนายไปที่กองการเมือง บอกหัวหน้าแผนกจ้าวว่า...”
