เจียงสี่จูวางตะเกียงน้ำมันลงบนขอบหน้าต่าง แล้วหันไปมองเฉินชิงซานที่นั่งอยู่บนเตียงของเธอ รู้สึกไม่สบอารมณ์ที่เขายังไม่ได้อาบน้ำก็ขึ้นมานั่งบนเตียงของเธอ
“ลุกไปก่อน ฉันเพิ่งเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่”
เธอเดินเข้าไปจะผลักเฉินชิงซานออก
แต่เขากลับเหมือนจงใจหาเรื่องกับเธอ นั่งแช่อยู่กับที่ไม่ขยับ เธอผลักไหล่เขาอยู่หลายครั้งก็ไม่เป็นผล ราวกับหูหนวกไปแล้ว
“เฉิน! ชิง! ซาน! ลุกไปเดี๋ยวนี้!”
“ยังไงฉันก็ไม่พอใจเรื่องที่เขียนไว้ ไว้วันหลังมีเวลาค่อยลองดูอีกทีว่าจะเขียนยังไง”
พูดจบเขาก็ปิดสมุด แล้วหนีบไว้ใต้รักแร้
“เอาสมุดฉันไปทำอะไร!”
ในสมุดเล่มนั้นมีพล็อตเรื่องของภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ที่เธอกำลังวาดอยู่ เดี๋ยวพอจัดการงานเสร็จ เธอยังต้องวาดต่ออีก
สัปดาห์หน้าก็ต้องใช้แล้ว แถมยังต้องเผื่อเวลาสำหรับจัดพิมพ์ เธอตั้งใจว่าจะวาดให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้
เฉินชิงซานเห็นเธอหวงสมุด สีหน้าเริ่มร้อนใจ จึงจงใจไม่คืนให้
“ฉันเก็บไว้อ่านเอง”
ฝันไปเถอะว่าจะไม่ยอมสนใจเขา
เขานั่งอยู่ตรงขอบเตียง แม้เจียงสี่จูจะผลักอยู่หลายครั้ง ก็ยังนั่งหลังตรงแน่วไม่ขยับ
เขาเอียงหน้ามองเธอที่ยืนอยู่ข้างกาย ขาเรียวขาวเนียนแนบกับต้นขาของเขา ในใจพลันเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ความรู้สึกนั้นทำให้เขายกสมุดที่หนีบไว้ใต้รักแร้ไปซ่อนไว้ด้านหลังอย่างกับถูกมนตร์สะกด
“ฉันไม่คืนให้หรอก”
เจียงสี่จูมองสีหน้ายียวนกวนประสาทของเขา แล้วเกาะไหล่เขาเพื่อแย่งของคืน พอแย่งไม่สำเร็จก็บิดแขนเขาไปทีหนึ่ง
“ลงจากเตียงฉันก่อน เฉินชิงซาน! ก้นคุณเปื้อนโคลนเต็มไปหมด ผ้าปูที่นอนฉันเพิ่งเปลี่ยน!”
ผ้าปูที่นอนมีอยู่แค่สองผืน อีกผืนยังไม่ได้ซักเพราะฝนตก
ตอนเฉินชิงซานกลับมา ขากางเกงกับก้นของเขาเปื้อนโคลนไปหมด ไม่รู้ว่าวันนี้ไปกลิ้งเล่นในดินโคลนที่ไหนมา สกปรกชะมัด!
