ราว ๆ เก้าโมงครึ่ง เฉินชิงซานก็กลับมาจากข้างนอก
เจียงสี่จูอาบน้ำล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว และเปลี่ยนเป็นชุดนอนของตัวเอง
ตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ในลานบ้าน ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรให้ไก่ตัวใหญ่ตัวนี้หุบปากเสียที
มันร้องกุ๊ก ๆ ไม่หยุด น่ารำคาญจริง ๆ
“เฉินชิงซาน ไก่ตัวนี้ต้องเลี้ยงไว้เหรอ เสียงดังไปหน่อยนะ”
ทางที่ดีฆ่ามันกินเสียเลย
ไก่ตัวผู้เลี้ยงไว้ทำอะไร ไม่ได้ออกไข่สักหน่อย แถมเดี๋ยวก็ทำบ้านเปื้อนขี้ไก่ไปหมด เหม็นคลุ้งอีกต่างหาก
เฉินชิงซานได้ยินน้ำเสียงออดอ้อนของเธอ
ก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที
อย่าพูดกับเขาแบบนี้สิ!!
ในใจเขาร้องโวยวาย แต่ไม่กล้าพูดออกไป ไม่อย่างนั้นถ้าเธอรู้ว่าเขาแพ้ทางแบบนี้ ต่อไปเธอคงพูดกับเขาแบบนี้ทุกวัน
“พรุ่งนี้ฆ่ามันเลย เนื้อไก่รุ่นนุ่มกว่า เอาไปผัดกินกำลังดี”
พูดจบเขาก็กลืนน้ำลาย
หลายวันมานี้อยู่ในป่า กินแต่ผลไม้ป่าทุกวัน ก็ชักอยากกินเนื้อขึ้นมาจริง ๆ
“เข้ามาเก็บคูปองหน่อย”
เฉินชิงซานเดินเข้าไปในห้องโถง หยิบคูปองกำหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ยังมีคูปองจักรยานอีกใบหนึ่งแยกต่างหาก
เจียงสี่จูเห็นคูปองจักรยานแล้วก็ประหลาดใจมาก
นี่มันโดราเอมอนตัวจริงเลยนี่นา!
เธอแค่พูดไปอย่างนั้นเอง
“หัวหน้ากองร้อยของพี่ถึงกับยอมให้ยืมคูปองล้ำค่าขนาดนี้เลยเหรอ พี่เก่งจริง ๆ นะ เฉินชิงซาน พี่มีหน้ามีตาสุด ๆ!”
เจียงสี่จูอดหยิบคูปองไปตบต้นแขนแข็งแกร่งของเขาเบา ๆ ไม่ได้
เฉินชิงซานรู้สึกไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเมื่อเธอจู่ ๆ ก็เข้ามาใกล้ชิด จึงขยับตัวไปอีกทาง
แต่บนใบหน้าก็มีแววภาคภูมิใจขึ้นมานิดหนึ่ง
“ก็พอใช้ได้ ปกติฉันทำภารกิจเยอะ หัวหน้ากองร้อยเลยเห็นใจฉันเป็นพิเศษ”
หัวหน้ากองร้อยกับผู้บังคับการการเมืองให้เขายืมคูปองผ้ารวมกันสิบเจ็ดฉื่อ คูปองน้ำตาลสองจินครึ่ง และคูปองอาหารสำหรับซื้อแป้งขัดขาวสิบจิน
