ตอนเฉินชิงซานได้ยินเธอพูดประโยคนั้น
เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
บทสนทนาคล้ายกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่เขาคาดไม่ถึง
เจียงสี่จูไม่พลาดสีหน้าประหลาดใจในแววตาของเขา
เธอพูดต่อว่า “เพราะงั้นฉันตัดสินใจแล้วว่าปีหน้าหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ เราไปจดทะเบียนหย่ากัน
ก่อนหน้านี้คุณเคยรับปากว่าจะรับผิดชอบค่าครองชีพกับค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยของฉันจนกว่าฉันจะได้งาน ถ้าคุณจ่ายให้ฉันทีเดียว ฉันลดให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ หลังหย่ากันแล้ว เราควรตัดขาดกันให้เรียบร้อย จะได้ไม่ขัดขวางชีวิตใหม่ของกันและกัน
อีกอย่าง ช่วงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉันหวังว่าคุณจะยังทำหน้าที่สามี รับผิดชอบเรื่องกินอยู่ของฉันต่อไป แต่ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์ของสามีหรอกนะ จะได้ไม่เกิดความรู้สึกพัวพันที่ไม่จำเป็น
คุณคิดว่าความคิดนี้ของฉันเป็นยังไง?”
มีโอกาสสูงที่เขาจะเห็นด้วย
แม้จะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่เธอสัมผัสได้ว่าเฉินชิงซานเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง ใจกว้างเรื่องเงิน แถมยังหลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อตัวกับเธอ
ในเรื่องความรู้สึกเขามีเหตุผลมาก ไม่ชอบยืดเยื้อพัวพัน ซึ่งเรื่องนี้ทั้งสองคนคล้ายกันอยู่
สิ่งที่เธอพูดไปน่าจะตรงกับใจเขาพอดี
อย่างไรเสีย สำหรับเฉินชิงซานแล้ว เงินคงเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายที่สุด ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กล้าก่อหนี้ไปทั่วอย่างไม่สะทกสะท้าน
เพราะเขามั่นใจว่าตัวเองมีปัญญาใช้คืน
เป็นไปตามคาด เธอได้ยินเฉินชิงซานเอ่ยเสียงเรียบ
“ได้ นี่เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งคู่”
