เจียงสี่จูสะดุ้งตื่นเพราะกลิ่นพริกในบ้านฉุนจนสำลัก เธอจามติดกันหลายครั้ง ก่อนใช้พัดใบตาลพัดไล่กลิ่นเผ็ดออกไป
แล้วกลิ่นไก่หอมฉุยก็ลอยมาแตะจมูก
เธอกลืนน้ำลายลงคอ
รู้สึกว่าที่จริงตัวเองก็ยังไม่อิ่มเท่าไร
เธอเงยหน้าตะโกนเรียกเฉินชิงซาน
“ฉันกินด้วย ทำของฉันเผื่อไว้ด้วยนะ”
ชายหนุ่มเปลือยท่อนบนถือพายทำอาหารเดินออกมาจากครัว ผิวสีข้าวสาลีมีหยาดเหงื่อระยิบระยับเกาะพราว เห็นชัดสะดุดตาเป็นพิเศษ
เธอเบือนหน้าหนีอย่างพูดไม่ออก
จะทำอะไรน่ะ ยั่วกันด้วยร่างเปียกชุ่มแบบนี้ ไม่กลัวฟืนแห้งเจอไฟแรงหรือไง
เฉินชิงซานเห็นเธอหันหน้าหนี มือที่โบกพัดใบตาลก็ขยับเร็วขึ้นกว่าเมื่อครู่ เขาตอบรับคำของเธอไปพลาง เดินไปหยิบเสื้อแขนสั้นที่เปียกชุ่มของตัวเองจากโซฟามาสวม
เจียงสี่จูเคยคิดว่าตัวเองกินเผ็ดไม่ได้ จนกระทั่งได้ลองไก่รุ่นผัดเผ็ดของเฉินชิงซาน
เผ็ดจนเธอต้องสูดปากไปพลาง คีบเนื้อไก่กินกับข้าวไปพลาง
เฉินชิงซานมองริมฝีปากกับแก้มของเธอที่แดงก่ำเพราะความเผ็ด
มองเผิน ๆ คล้ายเกี๊ยวกุ้งแป้งบางที่ร้านเต๋อซ่านขาย ทั้งขาวผ่องสะอาดตาและแต้มสีแดงระเรื่อ
ตั้งแต่เขามาเตียนหนานก็ชอบกินเผ็ดเป็นพิเศษ กินกับข้าวได้ดี ทำให้เหงื่อออก แถมกินแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า
เขาดันลืมไปว่าบ้านเกิดของเธอกินอาหารหวยหยาง
“อีกครึ่งตัวที่เหลือ พรุ่งนี้ฉันทำแบบไม่เผ็ดให้”
เจียงสี่จูใช้ผ้าเช็ดเหงื่อที่ปลายจมูก ยกน้ำต้มสุกที่วางอยู่ข้างมือขึ้นดื่มอึกใหญ่ จากนั้นก็โบกมือพลางพูดว่า
