“สหายเจียงน้อย เงินก้อนนี้คุณรับไปเลย ดูว่ายังขาดอีกเท่าไหร่ ผมจะจ่ายเพิ่มให้เดี๋ยวนี้”
โจวเซี่ยงเฉียนได้ยินตัวเลขก็รู้ทันทีว่ามีอะไรแอบแฝง
แต่สถานการณ์ตอนนี้ ยุติเรื่องอย่างสงบได้ก็ดีมากแล้ว
หักเงินที่ได้จากการขายเฟอร์นิเจอร์ไปแล้ว โจวเซี่ยงเฉียนก็เติมให้อีกสองพันหกร้อยหกสิบหกหยวนเก้าเจี่ยวเจ็ดเฟิน
เขาจ่ายให้เป็นสองพันเจ็ดร้อยหยวนถ้วน
“ส่วนที่เกินมาถือเป็นค่าเดินทางกับค่าอาหารระหว่างทางของพวกคุณ ส่วนที่เรือนรับรองก็พักได้ตามสบาย เดี๋ยวผมไปจ่ายเงินให้เอง”
โจวเซี่ยงเฉียนยิ้มแย้ม
แต่ในใจกลับเจ็บปวดราวกับเลือดกำลังหยด
หลิวเหวินฮั่นไอ้สารเลวนั่น
ต้องมีเงินเก็บส่วนตัวแน่ ๆ
ตอนนี้เงินเก็บที่บ้านเขาเหลือไม่ถึงสองร้อยหยวนแล้ว หลิวเหวินฮั่นต้องชดใช้เงินส่วนที่ขาดไปให้เขา
ตอนหวังเหวินจวนเห็นทหารลำเลียงถือกล่องเงินใบนั้นเข้ามา หัวใจของเธอแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไปแปดร้อยชิ้น
เงินก้อนนี้เธอตั้งใจเก็บไว้ใช้ยามแก่
หายไปแบบนี้ได้ยังไง!
นี่คือเงินเก็บครึ่งชีวิตของเธอ
ตั้งแต่เสวี่ยอิงคบหากับหลิวเหวินฮั่น ไม่ว่าลูกสาวจะเอาแต่ใจหรือก่อเรื่องแค่ไหน เธอก็ยังสงสารลูกมากกว่าโกรธ
แต่ตอนนี้ ในใจเธอมีแต่ความเกลียดชัง
เกลียดที่ลูกไม่เอาไหน เกลียดที่ลูกสาวคิดอะไรไม่เป็น ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน
ส่วนหลิวเหวินฮั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาเป็นคนก่อเรื่องแท้ ๆ สุดท้ายกลับให้พ่อตาแม่ยายทั้งบ้านช่วยออกเงินแก้ปัญหา เขากล้าดียังไงถึงไม่ควักเงินสักหยวน
เรื่องราวยุติลงอย่างสงบ
หลินเจี้ยนเซียะพาคนมาเชิญหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็เชิญพวกเขาไปเขตทหารไม่สำเร็จ ถึงอย่างนั้นก็ยังให้คนซื้อผลไม้กับอาหารบำรุงมาส่งให้
หลังความวุ่นวายสงบลง
ข่าวของบ้านเลขที่หกก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
“เจียงสี่จูมีปู่เป็นทหารเก่าผู้กล้า มีเหรียญเกียรติยศตั้งสิบกว่าเหรียญ ทั้งอาหญิงอาในบ้านต่างก็เสียชีวิตในสนามรบ เป็นลูกหลานวีรบุรุษ”
“ผู้บังคับกองพลหลินรินชาให้ด้วยตัวเองเลยนะ ได้ยินว่าตอนคุยกับผู้บังคับกองพลหลิน เขาบอกว่าเงินหลังปลดประจำการเอาไปสร้างโรงเรียนหมด หมู่บ้านแถวนั้นตั้งสิบกว่าหมู่บ้าน เด็ก ๆ ก็เรียนอยู่ในโรงเรียนที่เขาสร้างทั้งนั้น”
