จ้าวหู่เดินเข้าไปช่วยพยุงทหารเก่าผู้กล้าให้นั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นก็ทำวันทยหัตถ์
เจียงจินเชิงทำวันทยหัตถ์ตอบ
แววตาคมกริบเปี่ยมกลิ่นอายสังหารคู่นั้นทำให้จ้าวหู่รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาเล็กน้อย
เจียงจินเชิงลดมือลง แล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “ขอบใจนะ ทหารหนุ่ม”
“ผมเป็นผู้นำทางการเมืองของผู้พันเฉินชิงซาน สามีของเจียงสี่จู ตอนนี้เขาออกปฏิบัติภารกิจอยู่ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”
ระหว่างพูด จ้าวหู่โน้มตัวลงเล็กน้อย เห็นทหารสองนายที่กำลังขนของอยู่ข้างในวิ่งเหยาะ ๆ ออกมาทำวันทยหัตถ์ด้วย
เขารู้จักสองคนนั้น
ทหารลำเลียงกับทหารยามของผู้บังคับกรมโจว คงมาเพื่อช่วยขนย้ายของ ตั้งแต่เช้าตรู่ก็ได้ยินเสียงพวกเขาจัดข้าวของจุกจิกกันอยู่แล้ว
“สวัสดีครับท่านผู้นำ!”
ทหารทั้งสองยืนตัวตรง เท้าชิด ทำวันทยหัตถ์อย่างเป็นระเบียบ
“ฉันคือเจียงจินเชิง คุณตาของเจียงสี่จู ทำให้พวกเธอขำแล้ว ฉันมาช่วยหลานสาวทวงหนี้”
จ้าวหู่ส่งสายตาให้คนสองคนที่เข้ามาช่วยเก็บของ หนึ่งในนั้นก็หมุนตัววิ่งออกไปทันที
ต้องรีบไปรายงานผู้บังคับบัญชาของเขตทหาร
คุณตา!
บ้านของเจียงสี่จูยังมีบุคคลที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ซ่อนอยู่อีกคน
เรื่องนี้ใหญ่โตแล้ว
แม้แต่ท่านผู้นำของเขตทหารพวกเขา ยังมีเหรียญเกียรติยศติดอกไม่มากเท่านี้เลย
พอเจียงจินเชิงพูดจบ ฝูงชนก็เริ่มกระซิบกระซาบกันทันที
“หลิวเหวินฮั่นยังไม่ได้จ่ายเงินเลยนี่ ทำไมไม่เคยได้ยินเสี่ยวเจียงพูดถึงมาก่อนเลย”
“พูดไปจะมีประโยชน์อะไร เฉินชิงซานออกปฏิบัติภารกิจแล้ว คนตระกูลโจวไม่ยอมจ่าย เสี่ยวเจียงจะทำอะไรได้”
“คุณตาของเธอคงเก่งมากสินะ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ธรรมดา ดูมีบารมีจริง ๆ”
“ดูเหรียญที่ติดอยู่บนอกเขาสิ ท่านผู้นำของพวกเรายังอาจมีไม่มากเท่าเขาเลย”
“เฉินชิงซานโชคดีจริง ๆ เสี่ยวเจียงสวยขนาดนี้ นิสัยก็อ่อนโยน แถมมีความรู้ บ้านก็ยังมีอำนาจขนาดนี้ ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ธรรมดา”
