พอออกจากไปรษณีย์ เธอก็บิดเอวเขาอย่างเต็มแรง
เห็นเขาไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย เธอก็กลอกตาอย่างโมโห ก่อนก้าวยาว ๆ เดินนำไปข้างหน้า
เฉินชิงซานก้าวเพียงสองก้าวก็เดินตามทัน
“ที่ฉันพูดมีตรงไหนไม่จริง? ตอนถ่ายรูปก็บอกแล้วว่าจะส่งรูปคู่ของเราไปให้พ่อแม่เธอ ล้างออกมาแค่สามใบเอง ทำไมเธอไม่ส่งล่ะ ก็เพราะเธอรู้สึกผิดน่ะสิ”
เจียงสี่จูเดินก้าวยาว ๆ ไปข้างหน้า
เขาพูดแทงใจดำเธอเข้าให้แล้ว
เธอไม่ได้เถียงกลับ แต่เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน
“ถึงอย่างนั้น นายก็ไม่ควรพูดเรื่องอย่างว่าในที่สาธารณะนะ ไม่อายบ้างหรือไง!”
เฉินชิงซานเผยรอยยิ้มออกมา เขาสูงกว่าเธออยู่หนึ่งช่วงหัว พอก้มมองก็เห็นเรือนผมฟูนุ่มของเธอพอดี
เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยแล้วกระซิบว่า
“ฉันพูดตอนไหนว่าเป็นตอนกลางคืน ฉันบอกว่าเธอใช้ฉันทำโน่นทำนี่ ไม่ได้พูดว่าตอนกลางคืนสักหน่อย เธอนี่นะ ปากบอกว่าจะพักผ่อน แต่กลางวันแสก ๆ สมองก็ยังคิดไม่ซื่ออยู่ดี”
เจียงสี่จูหยุดเท้า
บนถนนร่มรื่นกว้างขวาง เสียงกระดิ่งจักรยานดังมาจากด้านหลัง ก่อนขี่ผ่านทั้งสองคนไป
เธออ้าปากค้าง มองเฉินชิงซานที่ยืนท่าทางยียวนอยู่ข้าง ๆ
เขาหมายความแบบนั้นชัด ๆ!
ตอนกลางวันเธอเคยใช้เขาทำอะไรเสียที่ไหน ทุกอย่างเขาเป็นฝ่ายทำเองทั้งนั้น เธอยังไม่ทันลุกจากเตียง เสื้อผ้าก็ถูกซักเรียบร้อยแล้ว
ถึงเขาจะไม่พูดออกมา แต่ที่จริงก็รังเกียจว่าเธอทำกับข้าวไม่อร่อย
เพราะอย่างนั้นมื้ออาหารที่บ้านส่วนใหญ่เขาก็เป็นคนซื้อกลับมาจากโรงอาหาร ไม่ก็เธอซื้อผักหลังเลิกงาน แล้วเขากลับมาทำกับข้าว
