บ้านมีพื้นที่แคบ ปู่กับคนอื่น ๆ มาอยู่ด้วยก็ได้แต่นอนปูเสื่อบนพื้น อีกอย่างตอนกลางวันโจวเซี่ยงเฉียนก็รับปากไว้แล้วว่าให้พวกเขาพักที่เรือนรับรองได้เต็มที่ เขาเป็นคนออกเงินเอง
เจียงสี่จูจึงให้เฉินชิงซานพาไปส่งคนในครอบครัวที่เรือนรับรองครอบครัวทหารของเขตทหารโดยตรง
ระหว่างทางกลับหลังจากจัดการให้คนในครอบครัวเข้าที่เข้าทางแล้ว
เจียงสี่จูเดินเคียงข้างเฉินชิงซาน สายลมพัดผ่านมา เธอกลับได้กลิ่นสบู่อ่อน ๆ จากคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ
นาน ๆ ทีจะมีโอกาสแบบนี้นะ
เธอจึงถามเรื่องวีลแชร์ขึ้นมา
“คุณหมายถึงเก้าอี้พักฟื้นสินะ โรงพยาบาลในเมืองหลวงมีให้เห็นบ่อยอยู่ แต่ที่โรงพยาบาลเขตทหารของเรา ผมไม่เคยเห็นใครใช้ ของอย่างนั้นหนัก แถมยังบังคับไม่ค่อยคล่อง ราคาก็ไม่ถูก โรงพยาบาลส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยจัดซื้อกัน”
เฉินชิงซานรู้ว่าเธออยากซื้อให้ปู่
แม้ยังไม่รู้ว่ากลางวันนี้เกิดอะไรขึ้น แต่ฟังจากความหมายของลุงแล้ว เงินที่หลิวเหวินฮั่นติดค้างเธอก็จ่ายคืนเรียบร้อยแล้ว
อาศัยแสงไฟฉาย เขามองเห็นคนข้างกายกำลังขมวดคิ้วครุ่นคิด
เขาจึงพูดต่อว่า “เรื่องเก้าอี้พักฟื้นฝากไว้กับผม ผมต้องหามาให้คุณได้แน่ แต่เตรียมเงินไว้ให้พร้อมด้วย”
ของหายากแบบนี้ เงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ที่สำคัญคือจะต้องติดค้างน้ำใจคนอื่น
เพราะอย่างนั้นปกติเขาจึงไม่ค่อยอาศัยเส้นสายของครอบครัวไปจัดการเรื่องอะไร
จู่ ๆ เจียงสี่จูก็เงยหน้ามองเฉินชิงซาน เขาสูงกว่าเธออยู่ช่วงศีรษะ เธอแหงนหน้าขึ้นก็เห็นแนวกรามคมชัดของเขาพอดี
เฉินชิงซานคนนี้ พอล้างเนื้อล้างตัวแล้วก็ดูไม่เลวเหมือนกันแฮะ
เฉินชิงซานรู้สึกถึงสายตาร้อนแรงของเธอ จึงไม่กล้าก้มหน้า
เขามองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่วอกแวก
เธอมาอีกแล้ว มายั่วเขาอีกแล้ว
