บทที่ 4 คุณชายรองโหลวเฮ่อหมิง
เซี่ยเสี่ยวเซียงสามารถเป็นอนุภรรยาคนที่สี่ของท่านแม่ทัพโหลวได้ ย่อมมีจุดเด่นของนางอยู่
ก็เพราะนางมีลูกสาวตัวน้อยนำโชคที่ใครเห็นใครก็รัก
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ท่านแม่ทัพโหลวถูกทำร้ายระหว่างทางตอนกลางคืน เป็นเซี่ยเสี่ยวเซียงช่วยชีวิตคนไว้ แต่คนที่พบท่านแม่ทัพโหลวเป็นคนแรกคือหม่าวหม่าว
คืนนั้น หม่าวหม่าวคลานเล่นอยู่บนเตียง มองเห็นเงาร่างหนึ่งแวบผ่านหน้าต่างไป เธอร้องเรียกแม่ออกมาดังลั่น เซี่ยเสี่ยวเซียงคว้ามีดทำครัวในครัว ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนคลำทางออกไปดู พบว่าท่านแม่ทัพโหลวที่ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ที่โคนกำแพงบ้านตัวเอง
ผู้คุ้มกันข้างกายท่านแม่ทัพโหลวพลีชีพแล้ว ท่านถูกยิงที่ช่วงเอว หลบหนีมาโดยตลอด ทหารที่ไล่ตามอยู่ด้านหลัง กำลังจะตามมาทันในไม่ช้า
เซี่ยเสี่ยวเซียงเคยเห็นท่านแม่ทัพโหลวตอนที่ท่านไปปราศรัยที่ลานกว้างมาก่อน นางจำได้ จึงซ่อนคนไว้ในบ้านตัวเอง
พวกที่ไล่ล่าเดินผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านหลายเที่ยว ก็ไม่รู้เลยว่าเป้าหมายอยู่ในบ้าน
ภายหลัง ท่านแม่ทัพโหลวให้นายทหารคนสนิทของท่านมาถามว่านางต้องการอะไร
เซี่ยเสี่ยวเซียงไม่ต้องการอะไรเลย เพียงถามว่าขอเป็นผู้หญิงของท่านแม่ทัพได้ไหม
โลกยุคนี้ช่างวุ่นวายนัก นางเป็นม่ายสาวสวยมีลูกติด แม้จะมีเงินทองมากมายก็รักษาไว้ไม่ได้ สู้มีที่พึ่งพาที่มั่นคงและเชื่อถือได้ไม่ได้
แน่นอนว่าท่านแม่ทัพโหลวก็ไม่ได้ชอบนาง
ตอนที่ซ่อนตัวอยู่บ้านตระกูลเซี่ย คนที่สนิทกับท่านแม่ทัพโหลวที่สุดคือหม่าวหม่าว
ท่านแม่ทัพโหลวอยากให้หม่าวหม่าวเป็นลูกสาว ดังนั้นเซี่ยเสี่ยวเซียงจึงได้มาเป็นอนุภรรยาคนที่สี่ของท่านแม่ทัพโหลว
ครอบครัวใหญ่ยากจะเข้ากันได้ ทุกคนต่างพูดว่าไม่ช้าก็เร็วเซี่ยเสี่ยวเซียงกับลูกสาวจะถูกตระกูลโหลวไล่ออกมา
แต่เซี่ยเสี่ยวเซียงไม่กลัว
ก่อนนอน นางถือกระสุนนัดนั้นดูไปดูมา กอดลูกสาวถามเป็นรอบที่แปดแล้วว่า "นี่คือคุณชายใหญ่ให้หนูจริงๆ เหรอ ให้กับมือหนูเลยเหรอ"
"ก็พี่ชายให้หนูนี่นา" หม่าวหม่าวกำลังง่วงนอน ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น หัวเล็กๆ พยักหน้าไปมา "พี่ชายบอกว่า ทำให้... ทำให้พัง..."
เธอหลับตาลง แล้วก็ฟี้หลับไป
เซี่ยเสี่ยวเซียงดีใจจนออกนอกหน้า หอมแก้มนุ่มๆ หอมๆ ของเธออีกฟอดใหญ่ ก่อนจะเก็บกระสุนให้อย่างทะนุถนอม
ท่านคุณชายใหญ่โหลวนี่ต้องการเป็นที่พึ่งให้หม่าวหม่าวนี่นา!
มีกระสุนนัดนี้อยู่ ยังต้องกลัวแม่ลูกจะลำบากอีกหรือ
หม่าวหม่าวเป็นลูกรักนำโชคของนางจริงๆ!
แต่นางไม่รู้เลยว่า นอกจากท่านคุณชายใหญ่แล้ว ลูกสาวตัวเองได้เป็นเพื่อนกับคุณชายสี่โหลวไปแล้ว
วันรุ่งขึ้น พอหม่าวหม่าวตื่นนอน ก็วิ่งตึงตังไปหาพี่ชายเล่น
โหลวเยียนซุยเดินไม่สะดวก ปกติเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากเห็นสายตาเห็นใจของคนอื่น อยู่แต่ในห้องหาความสำราญกับตัวเองดีกว่า
แต่น้องสาวใหม่มาหาเขา เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ
โหลวเยียนซุยแบ่งขนมปังกับนมอาหารเช้าให้เธอ แล้วให้เธอปีนขึ้นเตียงมานั่งข้างๆ อ่านหนังสือให้ฟัง
เขาไม่เพียงอ่านหนังสือมามาก แต่ยังพูดภาษาต่างประเทศได้หลายภาษา หม่าวหม่าวใช้มือเล็กๆ ทั้งสองข้างจับขนมปัง ฟังจนเคลิบเคลิ้ม
บางครั้งโหลวเยียนซุยหยุด เธอถึงขนาดไม่ยอมกินขนมปัง รีบเร่งถามด้วยเสียงอ้อแอ้ว่า "แล้วไงต่อ แล้วไงต่อ"
โหลวเยียนซุยจึงอ่านนิทานเรื่องนั้นให้เธอฟังจนจบ
เขาปิดหนังสือ หม่าวหม่าวมองเขาตาแป๋ว "พี่จ๋า อยากฟังอีก"
โหลวเยียนซุยนิ่งไปครู่หนึ่ง มองไปที่ชั้นหนังสือริมกำแพง ซึ่งห่างจากเตียงไปสิบกว่าก้าว
เขาทำหน้าปกติ "หม่าวหม่าว หนูไปหยิบหนังสือให้พี่สักเล่มได้ไหม"
"ได้จ๊ะ"
หม่าวหม่าวคลานออกมาจากผ้าห่ม เตียงค่อนข้างสูง เธอหมอบอยู่ขอบเตียง ยื่นขาสั้นๆ ลอยอยู่กลางอากาศลองแตะๆ ดู แล้วไถลตัวตามขอบเตียงลงไป
"พี่จ๋า เอาอันไหน"
"หนังสือกวีเล่มนั้น ชั้นที่สอง"
หม่าวหม่าวไม่รู้หนังสือ มองกลับมาที่เขาอย่างงงงวย
โหลวเยียนซุยรีบเปลี่ยนคำ "เล่มสีเหลืองน่ะ"
หม่าวหม่าวหาหนังสือสีเหลืองที่ชั้นสองเจออย่างง่ายดาย วิ่งกลับมาอย่างดีใจ
เธอวางหนังสือไว้บนเตียงก่อน แล้วใช้ทั้งมือทั้งเท้าปีนขึ้นมา เสร็จแล้วก็ถอนหายใจยาว ซบลงบนตัวพี่ชายอย่างเหนื่อยอ่อน
นี่คือหนังสือกวีภาษาต่างประเทศเล่มหนึ่ง เสียงภาษาอังกฤษที่ลื่นไหลดังออกจากปากโหลวเยียนซุย นุ่มนวลและอ่อนโยน งดงามราวกับบทเพลง
แม้หม่าวหม่าวจะฟังไม่เข้าใจ แต่รู้สึกว่าเพราะพอๆ กับเพลงพื้นบ้านที่แม่ฮัมกล่อมตอนนอน ฟังจนเพลิน
จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังจากประตู "อาเสวย นายอ่านผิดนะ"
โหลวเยียนซุยหยุด รีบกลับไปดูข้อความก่อนหน้า ใช่แล้ว มีคำหนึ่งในบรรทัดบนที่เขาอ่านผิด หน้าเขาแดงขึ้นทันใด
"ขอโทษนะหม่าวหม่าว พี่อ่านผิด" เขาแก้ไขตัวเอง ชี้คำที่อ่านผิด แล้วออกเสียงใหม่ให้ถูกต้อง
หม่าวหม่าวงงเต๊ก มองหน้าเหรอหรา
เธอยังเป็นทารกน้อยวัยสามขวบครึ่ง ยังอ่านหนังสือไม่เป็นเลยนะจ๊ะ
คนข้างนอกประตูถามอีก "อาเสวย เด็กนี่บ้านใคร"
"พี่รอง" โหลวเยียนซุยแนะนำให้เขา "นี่คือหม่าวหม่าว น้องสาวใหม่ของเรา"
"น้องสาวเหรอ"
หม่าวหม่าวหันหน้าไปทางนอก "พี่ชายเหรอ"
คนที่ยืนอยู่ตรงประตูคือสุภาพบุรุษคนหนึ่งถือกระเป๋าเอกสาร สวมแว่นตากรอบทอง ดูอ่อนโยนและมีมารยาท หล่อเหลาในชุดสูทสากล
ตระกูลโหลวมีคุณชายสี่คน นอกจากคุณชายใหญ่โหลวเฟิ่งจวี่ คุณชายสี่โหลวเยียนซุยแล้ว หม่าวหม่าวยังมีพี่ชายอีกสองคนที่ยังไม่เคยเจอ
ตอนนี้ คนที่ยืนอยู่หน้าประตู ก็คือคุณชายรองโหลวเฮ่อหมิง
โหลวเฮ่อหมิงเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลเหรินจี้ เมื่อวานเขามีการผ่าตัดจนถึงค่ำ กลับบ้านดึก เลยไม่ได้พบกับน้องสาวใหม่
ก่อนหน้านี้ที่เอ่ยเตือน โหลวเฮ่อหมิงยืนดูอยู่ตรงประตูสักพักแล้ว แต่เดิมเขากำลังจะไปทำงาน แต่กลับได้ยินเสียงคนอ่านหนังสือดังมาจากห้องน้องชาย
หลังจากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน โหลวเยียนซุยก็ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ แม้แต่เพื่อนเก่าก็ไม่ติดต่ออีกเลย แต่ตอนนี้กลับอยู่แนบชิดกับเด็กน้อยคนหนึ่ง อ่านหนังสือให้ฟัง น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
จากคำของเขา นี่คือน้องสาวเหรอ
โหลวเฮ่อหมิงพิจารณาน้องสาวใหม่หลายรอบ ไม่ได้ซักรายละเอียด เพียงพูดอย่างอ่อนโยนว่า "อาเสวย เธอยังเด็กขนาดนี้ นายอ่านหนังสือกวีให้ฟัง เธอก็ฟังไม่ออกหรอกนะ ฉันได้ยินว่าเดี๋ยวนี้มีคนแปลหนังสือนิทานต่างประเทศเป็นภาษาจีนฉบับหนึ่งแล้ว จะให้ฉันซื้อมาฝากไหม"
"หนังสือนิทานเหรอ"
โหลวเยียนซุยก้มลงมองหม่าวหม่าวที่ซบนิ่งอยู่ข้างกาย รับปากอย่างยินดี "งั้นรบกวนพี่รองละกัน"
"ฉันจะเอากลับมาฝากหลังเลิกงาน" โหลวเฮ่อหมิงว่า
เขามองนาฬิกา เวลาใกล้จะไม่พอแล้ว จำต้องเสียดายที่ต้องไปทำงานก่อน
ก่อนออกบ้าน เขาถามสาวใช้ที่บ้าน "เด็กที่มาใหม่นั่นใคร"
"เป็นคุณหนูที่มากับอนุภรรยาคนที่สี่เจ้าค่ะ" สาวใช้บอก "เมื่อวาน คุณชายใหญ่ยังให้กระสุนเธอหนึ่งนัด"
"กระสุนเหรอ"
โหลวเฮ่อหมิงดันแว่นขึ้น ความสงสัยในใจยิ่งทวีคูณ
เขานึกถึงเด็กน้อยที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่ หน้ากลม ตากลม ขาวนุ่มน่ารักเหมือนก้อนแป้ง จริงๆ แล้วก็น่าเอ็นดูดี เขาอยากรู้จักให้มากขึ้น แต่เสียดายที่เมื่อครู่ยังไม่ทันได้พูดคุยสักเท่าไหร่ ก็ต้องรีบออกไป
ในห้องเล่นไพ่นกกระจอกมีเสียงดังอึกทึกครึกโครม ภรรยาน้อยทั้งหลายกำลังลากอนุภรรยาคนที่สี่คนใหม่มาเล่นไพ่นกกระจอก
"น็อค!"
อนุภรรยาคนที่สามล้มไพ่ลง พูดด้วยสีหน้าเบิกบาน "ฉันชนะอีกแล้ว!"
เซี่ยเสี่ยวเซียงมองกองไพ่บนโต๊ะ บีบกระเป๋าสตางค์ที่แฟบลงไปทุกที เม้มริมฝีปากแน่น