บทที่ 005 ฟู่ฉาหลางฮวา 5
หลางฮวานั่งอยู่บนที่นั่งประธาน มองเห็นสีหน้าของทั้งสองคนอย่างชัดเจน
เกาซีเยว่ดูโง่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ส่วนฟู่ฉาจู่อิงฉลาดกว่าเกาซีเยว่หน่อย อย่างน้อยก็ไม่ได้เผยความคิดออกมามากนัก แต่ก็ไม่ได้ฉลาดอะไรนักอยู่ดี
โง่ก็ดี คนโง่ช่วยประหยัดแรงนางไปได้เยอะ
“แม้ตอนนี้เรือนเล่อซ่านถังจะมีเก๋อเก๋ออยู่แค่พวกเจ้าสองคน แต่เมื่อท่านอ๋องฟื้นตัวแล้ว นอกจากพระชายารองที่จะเข้ามา ก็ย่อมมีเก๋อเก๋อคนอื่น ๆ ตามมาอีก จะทำให้ท่านอ๋องจดจำความดีของพวกเจ้าได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าตลอดปีนี้พวกเจ้าจะทำตัวอย่างไร”
ทั้งสองสบตากัน ต่างเห็นพ้องว่าหลางฮวาพูดมีเหตุผล ปีนี้พวกนางยังปรนนิบัติท่านอ๋องไม่ได้ แต่ก็จะเอาแต่นั่งเฉยไม่ได้เช่นกัน ต้องทำอะไรสักอย่างให้หงลี่จดจำพวกนางไว้ในใจ
ในเมื่อพวกนางกระตือรือร้นอยากก้าวหน้าเช่นนี้ หลางฮวาย่อมต้องเปิดโอกาสให้แสดงฝีมืออยู่แล้ว
“ดังนั้นพระชายาจึงตัดสินใจว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าสองคนจะผลัดกันไปดูแลท่านอ๋องที่เรือนหน้า คนละหนึ่งวัน พระชายาต้องจัดการงานในเรือนเล่อซ่านถังทุกวัน ทั้งยังต้องไปคารวะท่านแม่อยู่บ่อย ๆ จึงไม่อาจดูแลท่านอ๋องได้เต็มที่ แต่ถึงอย่างไรทุกวันข้าก็จะไปเยี่ยมท่านอ๋อง และยังมีนางกำนัลกับขันทีคอยช่วยเหลือ พวกเจ้าจะไม่ต้องเหนื่อยเกินไป ซีเยว่เข้ามาทีหลัง วันนี้จู่อิงไปดูแลท่านอ๋องกับพระชายาก่อนก็แล้วกัน”
ทั้งสองคนเดินตามกันมาถึงเรือนหน้า ตอนนี้ซุ่นซิน ลี่ซิน เย่ซิน และเข่อซินต่างก็กำลังปรนนิบัติอยู่แล้ว
ตอนนี้หงลี่หงุดหงิดอย่างมาก สีหน้าที่มีต่อคนข้างล่างก็ไม่สู้ดีนัก
เดิมทีหลังสิ้นสุดช่วงพักหลังแต่งงาน เขาควรจะเข้าร่วมว่าราชการอย่างเป็นทางการ ทว่าตอนนี้กลับต้องพักฟื้นอีกหนึ่งปี ถึงจะได้เข้าวังไปว่าราชการ ระหว่างปีนี้เขาทำได้เพียงเป็นท่านอ๋องว่างงานที่ไร้อำนาจแท้จริงและไม่มีส่วนร่วมทางการเมือง
คนทะเยอทะยานอย่างเขาจะทนได้อย่างไร?!
เช้านี้หลังหงลี่ตื่นขึ้นและเพิ่งรู้สถานการณ์ของตัวเอง เขาก็แอบโทษหลางฮวาในใจว่าเป็นตัวซวยของเขา แต่ไม่นาน เมื่อหลางฮวาจงใจปล่อยข่าว เขาก็รู้เรื่องที่สำนักโหรหลวงคำนวณผิด จึงหันไปโทษสำนักโหรหลวง และยังแอบโทษชิงอิงด้วย
นอกจากพวกนั้นแล้ว คนที่เขาเกลียดที่สุดก็คือหวังชิน
ใครใช้ให้หมอหลวงบอกว่าอาการบาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากการถูกกดทับหนัก หากหวังชินไม่ได้ทับอยู่บนตัวเขา เขาจะบาดเจ็บหนักขนาดนี้ได้อย่างไร?
หวังชินจึงซวยไปตามระเบียบ หงลี่สั่งโบยเขา 50 ไม้
เดิมทีหวังชินก็เอวเคล็ดอยู่แล้ว ยังถูกโบยเข้าไปอีกตั้งหลายไม้ สุดท้ายก็สิ้นใจตรงนั้น ตอนนี้ขันทีใหญ่ข้างกายหงลี่จึงเปลี่ยนเป็นหลี่อวี้
ตอนหลางฮวากับฟู่ฉาจู่อิงมาถึง หงลี่ก็ยังคงทำหน้าบึ้งตึง
หลางฮวาไม่สนว่าเขาจะอารมณ์ไหน เริ่มแสดงบทของตัวเองทันที
นางอธิบายแผนการของตนก่อน จากนั้นจึงกล่าวว่า “หม่อมฉันไม่อาจปรนนิบัติท่านอ๋องได้ตลอดเวลา แต่ยังดีที่มีน้องหญิงทั้งสอง น้องหญิงทั้งสองเป็นคนละเอียดอ่อน ย่อมดูแลท่านอ๋องได้เป็นอย่างดี หลังกลับจากคารวะท่านแม่และจัดการงานต่าง ๆ เสร็จ หม่อมฉันก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนท่านอ๋องทุกวัน ส่วนการไปคารวะเสด็จพ่อและท่านแม่ รวมถึงเรื่องจุกจิกในจวน ให้หม่อมฉันจัดการเอง ท่านอ๋องพักรักษาตัวอย่างสบายใจเถิดเพคะ”
หงลี่มองหลางฮวาผู้จัดการทุกอย่างอย่างรอบคอบ สง่างาม และอ่อนโยนมีคุณธรรม จู่ ๆ ก็พลันนึกถึงเมื่อคืน เขาตั้งใจไม่เข้าหอร่วมเรียงเคียงหมอนกับหลางฮวา เพราะอยากเก็บแรงไว้ให้เพียงพอ จะได้มอบคืนเข้าหออันแสนวิเศษแก่ชิงอิง และเพื่อให้เกียรติชิงอิง ให้ชิงอิงมีหน้าเหนือกว่าหลางฮวา
ใครจะคิดว่าชิงอิงไม่ได้แต่งเข้ามา ส่วนเขากลับได้รับบาดเจ็บ
ถ้ารู้แต่แรก…
ช่างเถอะ ต่อให้รู้แต่แรกแล้วจะมีประโยชน์อะไร ตอนนี้พูดอะไรไปก็สายเกินไปแล้ว
เขารู้สึกว่าคำพูดของหลางฮวาถูกต้องอยู่ข้อหนึ่ง เขาควรพักรักษาตัวอย่างสบายใจ
หงลี่แม้จะชอบผู้หญิง แต่ก็รู้ว่าควรเลือกระหว่างแผ่นดินกับหญิงงามอย่างไร เมื่อใดที่เรื่องนั้นกระทบถึงบัลลังก์ เขาก็รู้จักหักห้ามใจจากเรื่องผู้หญิงเอง
หงลี่คิดไว้ดีแล้วว่าให้เก๋อเก๋อสองคนกับนางกำนัลเหล่านี้มาดูแลเขาก็ได้ อย่างไรพวกนางก็ละเอียดกว่าขันทีมาก แต่ถ้าใครคิดยั่วยวนเขาจนทำให้ร่างกายทรุด เขาจะไม่ปล่อยไปง่าย ๆ แน่!
ที่จริงหงลี่คิดมากไปเอง เหล่าสตรีของเขาต่างห่วงใยบัลลังก์ยิ่งกว่าเขาเสียอีก ไม่มีทางมาขัดขาเขาในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้
หลังพูดคุยกันอีกสองสามประโยค หลางฮวาก็ทิ้งฟู่ฉาจู่อิงไว้แล้วกลับไป
นางบอกว่าจะไปคารวะทุกวัน แต่ความจริงพระสนมเอกสี่อนุญาตให้นางไปเพียงเดือนละสองครั้งในวันขึ้นหนึ่งค่ำและขึ้นสิบห้าค่ำ ส่วนทางจักรพรรดินั้นยิ่งไม่ต้องไป เพราะนางเป็นสะใภ้ เมื่อหงลี่ไม่อยู่ นางก็ต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา
หลางฮวาไม่อยากลำบากตื่นแต่เช้าทุกวันเพื่อรอเกาซีเยว่กับฟู่ฉาจู่อิงมาคารวะ จึงบอกพวกนางว่าต่อไปให้มาคารวะในวันที่ลงท้ายด้วยเลขสิบก็พอ
ร่างเดิมเติบโตอยู่แต่ในห้องหอมาโดยตลอด ร่างกายจึงค่อนข้างอ่อนแอ อีกทั้งตอนแต่งเข้ามาก็เพิ่งอายุ 16 ปี ยังเด็กมากพอดี นางจึงใช้เวลาหนึ่งปีนี้บำรุงร่างกายให้ดี
ตลอดปีนั้นหลางฮวาใช้ชีวิตอย่างสบายใจ แถมยังบำรุงร่างกายจนแข็งแรงดี
นาน ๆ ครั้งนางจึงต้องไปคารวะพระสนมเอกสี่ หรือรับมือกับจักรพรรดิและพระสนมเอกสี่ที่มาเยี่ยมหงลี่ นอกนั้นส่วนใหญ่ก็ว่างสบาย
ยามเบื่อหน่าย เกาซีเยว่ก็ยังมาคุยเล่นและดีดผีผาให้นางฟัง ชีวิตประจำวันช่างสุขสำราญเสียจริง
งานในเรือนเล่อซ่านถังมีนาง ซู่เหลียน และซุ่ยซินช่วยกันจัดการ ในบรรดาสามซิน มีเพียงซุ่ยซินที่เคยอ่านหนังสือและรู้หนังสือก่อนเข้าวัง ส่วนเหลียนซินกับหวนซินต่างมีชาติกำเนิดเป็นเปาอี ตามกฎแล้วพวกนางไม่ควรรู้หนังสือ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้อะไรเลย หลังเข้าวังพวกนางแอบเรียนกันมา เพียงแต่จำได้ไม่มาก แถมยังอ่านผิดอยู่บ่อย ๆ
ต่างจากเกาซีเยว่และฟู่ฉาจู่อิงที่แม้จะมีชาติกำเนิดเป็นเปาอีเช่นกัน แต่ในครอบครัวมีคนเป็นขุนนาง บิดามารดาก็เป็นคนมีความคิด จึงได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะเกาซีเยว่ เรียกได้ว่าอ่านตำรามามากมายก็ไม่เกินจริง
หลางฮวาจึงมอบหมายงานให้ซู่เหลียนกับซุ่ยซิน สอนเหลียนซินและหวนซินให้อ่านออกเขียนได้ ต่อไปจะได้ช่วยงาน พวกนางสองคนก็ขยันขันแข็ง แม้จะอ่านบทกวีหรือร้อยแก้วไม่ออก แต่ตัวอักษรที่มักพบในสมุดบัญชี พวกนางอ่านและเขียนได้หมด
ยิ่งไปกว่านั้น หลางฮวารู้สึกว่าตัวเลขแบบเขียนเต็มในสมุดบัญชีอ่านยาก จึงนำตัวเลขอารบิกที่เคยเห็นในชาติก่อนมาใช้ พวกนางเลยเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นไปอีก
ช่วงนี้นางแบ่งงานในเรือนออกเป็นสี่ส่วน มอบให้ซู่เหลียนกับสามซิน ต่อไปนางแค่ตรวจบัญชีทุกสิบวันและถามไถ่ไม่กี่คำก็พอ
วันที่ 1 เดือน 8 ปีที่ 6 แห่งรัชศกยงเจิ้ง หลังหมอหลวงทุกคนยืนยันว่าขาของหงลี่ฟื้นตัวได้ดีมากและไม่มีอาการตกค้างใด ๆ ในที่สุดหลางฮวากับหงลี่ก็เข้าหอกันได้เสียที
หลางฮวาคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจให้หย่งเหลียนเกิดมาก่อน
เมื่อสตรีในเรือนหลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ หากนางไม่ลงมือกับเหล่าสตรีในเรือนหลัง หรือคิดหาวิธีตัดทายาทของหงลี่เสีย ไม่เช่นนั้นลูกของหงลี่ก็จะยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อลูกมีมาก มูลค่าก็ลดลง ตำแหน่งทายาทสายตรงคนโตย่อมยิ่งสำคัญขึ้น
นางไม่เชื่อหรอกว่าจะหาโอกาสให้หงลี่ตายก่อนเวลาไม่ได้
ส่วนบุตรสาวคนโตของร่างเดิม คราวนี้ก็จะคลอดออกมาพร้อมกัน ให้ได้ลางดีมังกรและหงส์คู่มงคล
เมื่อลูกทั้งสองเกิดมา พวกเขาก็จะเป็นฝาแฝดมังกรและหงส์คู่ที่สองของต้าชิง หงลี่คงไม่ส่งบุตรสาวที่เป็นสัญลักษณ์แห่งสิริมงคลผู้นี้ไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์หรอก
ค่ำคืนนี้ทั้งคู่แนบชิดสนิทสนมกัน
หงลี่ห่างหายจากรสชาติของสตรีมาหนึ่งปี ในที่สุดก็ได้ลิ้มรสอีกครั้ง ย่อมเร่าร้อนเป็นพิเศษ ทำกันถึงสี่ครั้ง กว่าจะยอมหยุดก็เกือบสว่างแล้ว
หลางฮวาพอใจมาก ตอนที่เพิ่งฝึกตนจนกลายเป็นมนุษย์ นางอยากสัมผัสความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ จึงเคยเล่นสนุกกับผู้ชายไม่น้อยพร้อมกับภูตทับทิมหญิงตนอื่น ๆ ตอนนี้หงลี่ที่ยังหนุ่มแน่นและร่างกายแข็งแรงก็ยังติดอันดับต้น ๆ ไม่รู้ว่าในอนาคตเขาจะยังเก่งแบบนี้ได้หรือเปล่า
หลางฮวาควบคุมสัญชาตญาณ แล้วนำวิญญาณของหย่งเหลียนกับบุตรสาวคนโตของร่างเดิมใส่เข้าไปในครรภ์ของตน
แม้จะเป็นวิญญาณของพวกเขา แต่ทั้งคู่ไม่มีความทรงจำจากชาติก่อน ยังคงเป็นชีวิตน้อย ๆ ที่เกิดใหม่ เป็นลูกของนาง
