เชิ่นจิงหนี่เดินตามฉางอานไป
ประตูรถไมบัคเปิดจากด้านนอก เธอโน้มตัวเข้าไป เส้นผมนุ่มสลวยยาวสยายลงจากบ่าตามธรรมชาติ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์และสงบนิ่ง
“คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ?”
จ้าวจงหลานดับบุหรี่ในมือกับที่เขี่ยบุหรี่โดยไม่เงยหน้า ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แล้วดึงเข้ามาในอ้อมแขนอย่างทรงพลัง
เชิ่นจิงหนี่ถูกดึงให้นั่งลงบนตักเขา
แม้ก่อนหน้านี้ทั้งคู่จะเคยใกล้ชิดกันเช่นนี้มาแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ค่อยชินอยู่ดี
ถึงอย่างนั้น หน้าตาของเขาก็ดีเกินต้านจริง ๆ ยอมรับได้อยู่
จ้าวจงหลานเลิกเปลือกตาขึ้นมอง สีหน้าเรียบเฉย “ไม่เห็นข้อความเหรอ?”
เชิ่นจิงหนี่ชะงักไปครู่หนึ่งกว่าจะนึกออก จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วพบว่าจ้าวจงหลานส่งข้อความตอบเธอมาแล้ว
บอกว่าจะมารับเธอไปกินมื้อค่ำ
“ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ฉันยุ่งอยู่ เลยไม่เห็น”
เธอกล่าวขอโทษอย่างว่าง่าย ดวงตาใสกระจ่างไร้สิ่งเจือปน
ยามพูด ริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่อขยับแผ่วเบา หยาดหยุ่นกลางริมฝีปากดูน่ารักน่าเอ็นดู
จ้าวจงหลานเพียงขานรับเสียงเรียบ นิ้วมือไล้คลึงต้นคอด้านหลังอันเรียวระหงของเธอ แววตาลุ่มลึก
ชั่วพริบตาถัดมา เขาก็ก้มลงครอบครองริมฝีปากเธอ
จูบของเขาเอาแต่ใจอยู่เสมอ
เขาแทรกลิ้นผ่านริมฝีปากและฟันเข้าไป รุกไล่ไม่ปรานีจนเธอรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง
แต่ก็ยังยั้งมือไว้ คงไม่อยากทำให้เธอเจ็บ
ท้ายที่สุด เขาเพียงดูดดุนหยาดหยุ่นกลางริมฝีปากเธอเบา ๆ คลอเคลียทีละน้อย
จูบของเขาเจือกลิ่นควันบุหรี่หอมละมุนปนกลิ่นเหล้าร้อนแรง ราวกับจะฉุดดึงเธอให้จมดิ่งไปด้วยกัน
