ช่วงบ่าย เชิ่นจิงหนี่ดูแบบร่างการออกแบบของฉู่โหยว แล้วเสนอให้แก้ไขอยู่สองสามจุด
ฉินมู่ฮวนเดินเชิดหน้าชูคอเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ทำตัวราวกับเป็นคนกันเองอย่างเต็มที่ ตรงดิ่งไปนั่งในห้องทำงานของเชิ่นจิงหนี่ทันที
เธอยกมือขึ้นปิดปากอย่างขอไปที ก่อนหัวเราะอย่างเสแสร้ง “แหม ขอโทษจริง ๆ นะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด สิทธิ์ผู้สนับสนุนหลักแต่เพียงผู้เดียวของการประกวดออกแบบเสื้อผ้าเยาวชนก็คงตกเป็นของฉันแล้วล่ะ”
เชิ่นจิงหนี่นั่งอ่านเอกสารกับรายงานอยู่บนเก้าอี้ทำงานโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้า น้ำเสียงขอไปทีสุด ๆ “งั้นก็ยินดีด้วยนะ”
ฉินมู่ฮวนรู้สึกว่าปฏิกิริยาของเชิ่นจิงหนี่ไม่เหมือนที่คิดไว้
ทำไมถึงนิ่งขนาดนี้?
หรือไม่ได้สิทธิ์สนับสนุนจนโมโหเพี้ยนไปแล้ว?
“ฉันบอกตั้งนานแล้วไงว่าเธอสู้ฉันไม่ได้ แต่ก็ยังจะมาแย่งกับฉันอีก”
“ถ้าก่อนหน้านี้เธอทำตัวดีกับฉันสักหน่อย บางทีฉันอาจลองคิดเรื่องจับมือกันเป็นผู้สนับสนุนหลักก็ได้นะ เฮ้อ...ดูสิว่าทำเรื่องจนเป็นแบบนี้ สุดท้ายบางคนก็ไม่ได้อะไรติดมือกลับไปสักอย่าง”
บางครั้งเชิ่นจิงหนี่ก็สงสัยเหลือเกินว่า ความมั่นใจเกินเหตุแบบนี้ของฉินมู่ฮวนมาจากไหนกัน
ทางนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปเสียด้วยซ้ำ แต่เธอกลับรีบมาวางท่าอวดเบ่งเสียแล้ว
เชิ่นจิงหนี่หมุนปากกาเซ็นชื่อในมือ “ฉันไม่ว่าอะไรหรอก เธออยากได้ก็เอาไปสิ”
ส่วนจะได้หรือไม่ได้นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
พอได้ยินเธอพูดเช่นนั้น ฉินมู่ฮวนก็รู้สึกราวกับออกแรงชกใส่ปุยนุ่น ทั้งไร้เรี่ยวแรงและน่าหงุดหงิด
“เธอไม่สนใจสิทธิ์ผู้สนับสนุนหลักจริง ๆ เหรอ?”
เชิ่นจิงหนี่คงไม่ได้กลายเป็นคนโง่ไปจริง ๆ หรอกนะ โอกาสได้ออกสื่อขนาดนี้ยังไม่อยากได้อีกหรือ?
เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ที่ดีจะตาย
