ที่เหลือต่างพากันหนีอย่างลนลาน ราวกับกลีบดอกไม้ที่ถูกพายุพัดปลิว เผยให้เห็นฉู่จวิ้นหยางซึ่งเดิมถูกฝูงชนห้อมล้อมปกป้องอยู่ตรงกลาง
ใบหน้าฉู่จวิ้นหยางดูดุดันเกรี้ยวกราด แต่ภายในกลับขวัญหนีดีฝ่อ “ไอ้สารเลว อย่าคิดว่าชนะครั้งเดียวแล้วจะชนะได้ตลอดชีวิต! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! พ่อฉันคือฉู่เหอ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองฮั่นไห่!”
“ฉันบอกไว้เลยว่าเรื่องระหว่างเราจบไม่สวยแน่! แต่ถ้าตอนนี้แกยอมขอโทษฉัน แล้วส่งอุปกรณ์ชั้นยอดทั้งชุดบนตัวมาให้ ฉันก็อาจจะยอมยกโทษให้แกก็ได้!”
“ไม่อย่างนั้นฉันจะหาคนไปสืบที่ทำงานของแก แล้วหักขาหมา ๆ ของแกทั้งสามข้าง! แถมจะทำให้บัญชีแกใช้การไม่ได้ไปเลย!”
หลายคนได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
พวกเขาเห็นเงาของคนธรรมดาที่ผงาดขึ้นมาจากตัวมรณะประกาศ และอดนึกถึงตัวเองไม่ได้
แต่เกมก็คือเกม ต่อให้เก่งแค่ไหนในเกมแล้วจะมีประโยชน์อะไร สุดท้ายก็ต้องกลับไปสู่โลกความจริง
ในโลกความจริง จัวเฟย์หยางคงเป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
เมื่อเทียบกับฉู่จวิ้นหยางที่ทั้งร่ำรวยและมีอำนาจแล้ว พลังของเงินนั้นยิ่งใหญ่จนปิดฟ้าบังตะวัน
แค่นิ้วเดียวก็ทำลายมรณะประกาศได้แล้ว!
แต่จัวเฟย์หยางเพียงมองฉู่จวิ้นหยางอย่างเฉยเมย ราวกับกำลังมองตัวตลก
“ได้สิ ฉันจะรอให้แกมาหา”
“แต่แกก็เตือนสติฉันแล้ว ในเมื่อแกคิดจะเล่นงานฉัน ฉันก็จะไม่ปล่อยให้แกตายง่าย ๆ เหมือนกัน”
ท่ามกลางสายตาเหลือเชื่อของฉู่จวิ้นหยาง จัวเฟย์หยางถอดอุปกรณ์ออกทั้งหมด ชักมีดสั้นออกมาแล้วแทงฉึกเข้าที่ไหล่ของฉู่จวิ้นหยางอย่างแรง
“อ๊ากกกกก!”
จัวเฟย์หยางใช้มีดสั้นไร้คุณภาพเลเวล 1 ซึ่งมีพลังโจมตีเพียง 3 แต้ม ประกอบกับฉู่จวิ้นหยางซื้ออุปกรณ์ระดับดีเลิศมาทั้งชุดแล้ว ฟันลงไปหนึ่งครั้งแทบจะทำให้เลือดลดไม่กี่หยดด้วยซ้ำ
