เล้งเทียนแอบคิดในใจว่า พี่สะใภ้รักพี่ใหญ่สุดหัวใจจริง ๆ ถึงกับยอมอดทนอดกลั้น ไม่ปริปากบ่นแม้ต้องทนทุกข์กับความคิดถึง
ความเคารพที่มีต่อเวินหน่วนหน่วนจึงเพิ่มขึ้นอีกมากโดยไม่รู้ตัว
เวินหน่วนหน่วนจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้ในใจเล้งเทียน นางกลายเป็นคนรักเดียวใจเดียวและอดทนอดกลั้นไปเสียแล้ว เวลานี้นางกำลังตื่นเต้นเตรียมอาหารให้เล้งเทียนพกไปกินระหว่างทาง
นางหั่นเนื้อวัวหมักเป็นชิ้น ผัดกับพริกหยวกสีเขียวและซอสถั่วเต้าสองช้อน จนได้เนื้อวัวผัดพริกจานใหญ่ จากนั้นตักใส่อ่างไม้ใบใหญ่ ข้างกันวางหมั่นโถวร้อน ๆ สี่ลูกกับตะเกียบหนึ่งคู่ แล้วใช้ผ้าฝ้ายสี่เหลี่ยมรองใต้ก้นอ่างไม้ จับมุมผ้าทั้งสี่มุมมาซ้อนกันแล้วผูกปมให้แน่น
จากนั้นวางไว้บนสุดของตะกร้าไม้ไผ่
ตอนกลางวันอากาศตอนนี้น่าจะอยู่ที่สิบถึงยี่สิบองศา อาหารสองอย่างนี้ถึงจะเย็นแล้วก็ยังอร่อย
“ติดตรงที่ไม่มีแก้ว เลยพกน้ำไปด้วยไม่ได้ ถ้ากระหายน้ำขึ้นมาจะทำอย่างไรดี” เวินหน่วนหน่วนถามอย่างกังวล
ในตู้เย็นของนางมีขวดแก้วใส่ผลไม้กระป๋องอยู่ แต่แก้วแตกง่าย ถ้าขวดแตก อาหารพวกนี้ก็จะไม่ปรากฏขึ้นมาอีก
อีกอย่าง ในสมัยโบราณแก้วน่าจะเรียกว่าหลิวหลีสินะ? ถือเป็นของมีราคาสูง ถ้าน้องชายคนโตพกติดตัวออกไปแล้วมีคนเห็น จะเกิดอันตรายหรือเปล่า?
เสี่ยงเกินไป แถมไม่คุ้มด้วย
“ไม่เป็นไร ริมแม่น้ำกับลำธารเล็ก ๆ มีน้ำทั้งนั้น แค่ย่อตัวลงใช้สองมือรองน้ำขึ้นมาก็ดื่มได้แล้ว” เล้งเทียนไม่ได้ใส่ใจเรื่องดื่มน้ำมากนัก อาหารที่ช่วยให้อิ่มท้องต่างหากที่หายาก ส่วนน้ำไม่ได้มีอยู่ทั่วไปหรือ?
เวินหน่วนหน่วนเป็นคนยุคปัจจุบัน จึงเข้าใจว่าทำไมคนชาติหัวถึงชอบดื่มน้ำร้อน ไม่นับเรื่องสะอาดหรือไม่สะอาด ที่สำคัญคือการต้มน้ำให้เดือดปลอดภัยกว่า ในยุคโบราณที่ขาดแคลนทั้งยาและหมอ จะได้ไม่เจ็บป่วยหรือป่วยน้อยลง
