ขณะที่กู้หนานยังไม่รีบหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันกาย เขากลับคีบโทรศัพท์เครื่องนั้นไว้ด้วยความสนใจ แล้วแกว่งไปมาตรงหน้าเธอ
หลินมั่วหรานหดตัวอยู่ตรงมุมเบาะข้างคนขับ แผ่นหลังแนบประตูรถ ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก
เมื่อเทียบกับคำตอบแล้ว เขาสงสัยมากกว่าว่าทำไมเธอถึงต้องพยายามซ่อนของชิ้นเล็ก ๆ นี้
เขาไม่อยากใช้ระบบตรวจสอบ เขาต้องการให้เธอพูดออกมาเอง
“...ไม่มีอะไรหรอก แค่ไอเทมชิ้นหนึ่ง” หลินมั่วหรานเบือนหน้าหนี เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง น้ำเสียงเจือความน้อยใจที่ข่มไว้ไม่มิด “ถ้าอยากได้ก็เอาไปสิ”
รู้อย่างนี้แต่แรก เธอน่าจะยอมไปนอนพักในห้องนอนแต่โดยดี ตอนนี้กลับถูกจับได้คาหนังคาเขา
กู้หนานโน้มตัวลงมา แต่หลินมั่วหรานยกมือขึ้นขวางไว้
เธอไม่อยากให้เขาเข้าใกล้ไปกว่านี้
ร่างกายเหมือนเคยชินกับการยอมตามขั้นตอนเช่นนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ เธอแทบไม่รู้ตัวว่าตั้งแต่เมื่อไรถึงกำมือแน่น
เป็นแบบนี้อีกแล้ว!
เธอควรขัดขืนสิ แล้วทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้!
เธอรู้ดีว่าความเสียเปรียบและการยอมถอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ไพ่ในมือถูกเปิดเผยต่อหน้าเขาจนหมด
ต่อให้แสร้งทำเป็นดุร้ายก็ไร้ประโยชน์ เมื่อถูกมองทะลุถึงแก่นแท้แล้ว แมวจะขู่สักแค่ไหนก็ยังเป็นแมว ไม่มีทางกลายเป็นเสือได้ ต่อหน้ากู้หนาน เธอไม่เหลือบารมีใด ๆ แล้ว
“ฮือ... รู้อย่างนี้ไม่น่าทำแบบนั้นเลย แล้วต่อจากนี้จะใช้ชีวิตยังไงเนี่ย!” หลินมั่วหรานคร่ำครวญในใจ
ชาติก่อนเธอเป็นผู้ชายเต็มตัว แต่พอข้ามมิติมา นอกจากจะกลายเป็นเด็กสาวผมขาวตัวเล็ก ๆ แล้ว ยังต้องมาเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เอาแต่รังแกเธออีก
