“รู้อยู่แล้วสิ” กู้หนานยิ้ม น้ำเสียงสุภาพนอบน้อม แถมยังเจือแววประจบอยู่หลายส่วน “อีกฝ่ายเป็นคนใหญ่คนโตของสมาคมล่าหมาป่า ยังไงก็ต้องไว้หน้ากันหน่อย”
ฟางหมิงชะงักไป ก่อนจะแสยะยิ้มออกมา พูดคำว่า “ดี” ซ้ำอยู่หลายครั้ง จากนั้นก็หันไปขยิบตาให้พวกพ้องที่อยู่ด้านหลัง สีหน้าภาคภูมิใจของเขาไม่คิดปิดบังแม้แต่น้อย
“ไม่นึกเลยว่าไอ้หมอนี่จะหน้าตาดูดีมีชาติตระกูล ที่แท้กลับเป็นไอ้ขี้ขลาด แค่พูดขู่สองคำก็แทบฉี่ราดแล้ว”
สายตาของเขาเลื่อนไปเกาะติดหลินมั่วหรานอีกครั้ง คราวนี้ไม่คิดปกปิดอีกต่อไป
ดวงตาคู่นั้นไล้ตั้งแต่เส้นผมสีขาวยาวของเธอ ลงมาถึงปกเสื้อกะลาสี แล้วเลื่อนต่อไปยังเรียวขาใต้ชายกระโปรงที่ถูกหุ้มด้วยถุงเท้ายาวสีขาว ในหัวของเขาวาดภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะเสพสุขกับสาวงามผมขาวคนนี้อย่างไร
ของชั้นยอดแบบนี้ เดี๋ยวจะเสพสุขยังไงดี จะเล่นท่าไหนก่อนดี ส่วนแบ่งให้คนอื่นน่ะหรือ?
ไม่มีทางอยู่แล้ว! ของดีเลิศแบบนี้ต้องให้หัวหน้าทีมฟางหมิงคนนี้เสพสุขคนเดียว!
แล้วในวินาทีต่อมา ภาพตรงหน้าของเขาก็พร่าเลือน
ปืนเอเค-สี่สิบเจ็ดในมือกู้หนานปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับเล่นกล ปากกระบอกปืนสีดำสนิทขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วในรูม่านตาของชายหน้าบาก จนแทบจ่อแนบหว่างคิ้ว
รูม่านตาของฟางหมิงหดวูบ นิ้วมือขยับไปเหนี่ยวไกตามสัญชาตญาณ แต่เขาช้าไปหนึ่งจังหวะ
ปัง! ปัง! ปัง!
เปลวไฟสีส้มแดงพ่นออกจากปากกระบอกปืนเอเค-สี่สิบเจ็ด กระสุนปืนไรเฟิลลำกล้องใหญ่ทะลักออกไปในระยะไม่ถึงครึ่งเมตร พร้อมคลื่นความร้อนแผดเผา
