“พูดแบบนี้ก็หมายความว่า การยกระดับคุณภาพก็คือการยกระดับสถานะสินะ ถ้าเป็นอย่างนั้น ความสามารถสังเคราะห์ของมั่วหรานก็น่ากลัวเกินไปแล้ว”
ความสามารถของเธอแข็งแกร่งมาก รวมของสามชิ้นเป็นหนึ่ง ยกระดับได้หนึ่งขั้น แถมยังสุ่มจับรางวัลได้ด้วย
นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากและหลากหลายชนิด
เขาจะปล่อยให้หลินมั่วหรานเริ่มสังเคราะห์จากของระดับล่างอย่างสบายใจไม่ได้ นั่นเท่ากับทำให้ความสามารถของเธอสูญเปล่า แถมยังสิ้นเปลืองพลังจิตของเธออีก ยิ่งไปกว่านั้น กู้หนานคิดว่าทรัพยากรระดับสูง เมื่อนำไปสังเคราะห์เป็นของระดับถัดไป ผลลัพธ์ก็น่าจะยิ่งดีขึ้นด้วย
“มั่วหราน เราต้องชิงไปเอาทรัพยากรในโรงงานเหล็กกล้าให้ได้ก่อนพวกตัวเป้ง”
หลินมั่วหรานเอียงหน้ามองเขา “พวกเราจะตามทันไหม?”
“จะตามทันหรือไม่ก็ช่าง คิดแผนไว้ก่อนแล้วกัน แผนยังเหมือนเดิม”
รถแล่นต่อไปบนถนนหลวงอันว่างเปล่า ภายในห้องโดยสารมีเพียงเสียงเพลงจากเครื่องเสียงรถที่บรรเลงแผ่วเบา
กู้หนานจับพวงมาลัย สายตาเหลือบไปทางเบาะข้างคนขับโดยไม่รู้ตัว
เด็กสาวผมขาวที่ตอนนี้กลายเป็นภรรยาของเขายังคงก้มหน้าศึกษาตำราเวทมนตร์ ท่าทางเหมือนเมื่อวานไม่มีผิด ทั้งจดจ่อและเงียบงัน ราวกับความใกล้ชิดเมื่อคืนกับเมื่อเช้าเป็นเพียงภาพลวงตาของเขาคนเดียว
เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ล้อรถบดทับซอมบี้ตัวหนึ่งที่โซเซอยู่บนพื้นถนน น้ำหนักรถ 25 ตัน ประกอบกับความเร็วเกือบ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บดร่างมันจนเละเป็นกองไร้รูปร่างในทันที
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น หลินมั่วหรานไม่ได้เงยหน้าขึ้น แต่เห็นได้ชัดว่าเธอสังเกตเห็นเสียงเมื่อครู่เช่นกัน
“เป็นอะไร?”
“เบื่อนิดหน่อย อยากให้มั่วหรานคุยเป็นเพื่อน” กู้หนานตอบตามตรง
ระหว่างทางมันน่าเบื่อจริง ๆ และเขาก็อยากฟังเธอพูดจริง ๆ
ทั้งที่เป็นสามีภรรยากันแล้ว ยังเงียบใส่กันแบบนี้ก็ไม่ดีเอาเสียเลย!
เอาเถอะ เขาแค่เก็บกด อยากฟังเสียงเธอให้มากกว่านี้ อยากดึงเธอเข้ามากอดไว้
หลินมั่วหรานปิดหนังสือ สีหน้าราวกับกำลังบอกว่า “ทำอะไรนายไม่ได้จริง ๆ” “อยากคุยเรื่องอะไร?”
