อู๋เสียลืมตาคู่คมชัดขาวดำกลมโต จ้องมองซากศพหญิงยุคจ้านกั๋วที่อาบรัศมีวิญญาณอำมหิต ขยับกายทีละน้อยไปยังเบื้องหน้าโลงดำ
"เข้าไป"
หลี่ฉางเซิงชี้นิ้วไปทางโลงดำ ซากศพหญิงยุคจ้านกั๋วตัวสั่นเทิ้ม แล้วรีบนอนเข้าไปข้างใน
เสียงครืนดังสนั่น ฝาโลงดำปิดลงเองโดยอัตโนมัติ
ลวดลายเครื่องรางลัทธิเต๋าสีแดงสดฉานบนนั้นเปล่งประกายสีเลือดวาบขึ้นครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็ค่อยๆ กลับคืนสู่ความสงบ
อู๋เสียกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เอ่ยถามเบาๆว่า "พี่ใหญ่ ท่านเป็นนักพรตจับผีโดยเฉพาะรึเปล่า"
"ข้าเป็นคนส่งวิญญาณ! วันหน้าถ้ามีธุระ อย่าลืมโทรหาเบอร์ข้า 137xxxx4444 นะ ราคายุติธรรม ไม่โกงเด็กคนแก่ รับประกันว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!"
"เอ่อ...นี่มัน..."
อู๋เสียรีบส่ายหน้า เขาเพิ่งเรียนจบได้ไม่กี่ปี ยังหนุ่มแน่น ไม่อยากด่วนตายก่อนวัยอันควรเลยเชียว
คิดได้ดังนั้น อู๋เสียก็ยิ้มแห้งๆ สองที
"พี่ใหญ่ล้อเล่นแล้ว ข้ายังไม่จำเป็นต้องใช้ตอนนี้"
หลี่ฉางเซิงหาได้ใส่ใจไม่ สายตากวาดไปทางอู๋ซานเสิ่ง พานจื่อ และคนอื่นๆ
"ข้าก็ยังไม่ใช้"
"ไม่เป็นไร ไม่ช้าก็เร็วได้ใช้"
หลี่ฉางเซิงยิ้มจางๆ แล้วยื่นมือเดียวยกโลงดำขึ้นมา โยนมันทิ้งลงในน้ำ
จากนั้น เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ยืนบนโลงดำตรงๆ ปล่อยให้โลงดำลอยนำทางออกไปนอกถ้ำน้ำเอง
อู๋ซานเสิ่งเห็นดังนั้น ก็รีบให้พานจื่อกับต้าเขวี่ยพายเรือตามไป
ถ้ำน้ำแห่งนี้เชื่อมโยงถึงกันทุกทิศ มีทางแยกมากมายสุดที่จะคาดเดา
ก็ไม่รู้ว่าจะมีภูตผีปิศาจอีกหรือไม่ เห็นได้ชัดว่าการตามเซียนผู้นี้ย่อมปลอดภัยกว่า
...
ผู้คนกลุ่มนี้ไม่รู้ว่าลอยอยู่ในถ้ำน้ำนานเพียงใด ขณะที่อู๋เสียรู้สึกมึนงง ตรงหน้าก็ปรากฏลำแสงสว่างวาบขึ้นมา
ไม่นานนัก พวกเขาก็ตามโลงดำเล่มใหญ่ของหลี่ฉางเซิงออกมาจากถ้ำน้ำสั่งสมศพแห่งนี้
ด้านนอกถ้ำน้ำเป็นลำธารเล็กๆ ไหลไปจนถึงหมู่บ้านตีนเขาแถวๆ นี้
หมู่บ้านตั้งอยู่ในอาณาเขตอีโจวของมณฑลหลู่ ล้อมรอบด้วยเทือกเขา ตั้งอยู่ในหุบเขาลูกหนึ่ง
แต่ไม่นานมานี้เขากำลังขุดอุโมงค์ จะตัดถนนผ่าน
ได้พบเห็นผู้คนอีกครั้ง อู๋เสียรู้สึกราวกับเกิดใหม่ในร่างเดิม
เขาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ เส้นประสาทที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน
พอเห็นหลี่ฉางเซิงแบกโลงดำขึ้นมาอีกครั้งตรงหน้า อู๋เสียกลอกตามอง แล้วรีบเข้าไปใกล้
"พี่ใหญ่ ท่านแซ่อะไรหรือ ดูนะ พวกเราก็กินทุกข์ด้วยกันมาแล้ว ข้ายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะเรียกท่านว่าอะไร"
"หลี่ฉางเซิง"
"หลี่ฉางเซิง...ชื่อดี!"
ไม่ต้องสนใจว่าเพราะอะไรถึงดี เอาเป็นว่าบอกว่าดีเข้าไว้ก็ถูกแล้ว
นี่คือสิ่งที่อู๋เหล่าโกวผู้เป็นปู่สอนเขาตอนเด็ก
อู๋เสียชำเลืองตามองโลงดำแวบหนึ่ง แล้วถามอย่างระมัดระวัง
"พี่หลี่ ท่านจะพาซากศพหญิงยุคจ้านกั๋วไปไหนหรือ"
บางทีอาจกลัวว่าคำถามของตนจะล่วงเกินเกินไป อู๋เสียจึงรีบเสริมอีกประโยค
"ข้าแค่สงสัย ถ้าไม่สะดวกจะบอก ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร"
หลี่ฉางเซิงได้ยินดังนั้น ก็มองอู๋เสียด้วยแววตามองคนโง่เขลา
มองจนอู๋เสียรู้สึกกระอักกระอ่วนไปทั้งตัว เขาถึงเอ่ยปากเนิบๆ
"นางคือลูกค้าของข้า"
อู๋เสียฟังคำนี้ ยังนึกไม่ทันออกชั่วขณะ
จนกระทั่งหลี่ฉางเซิงแบกโลงดำเดินลับไปไกลแล้ว อู๋ซานเสิ่งถึงได้ตบบ่าอู๋เสีย
"พอแล้ว อย่าคิดมากเลย พวกผู้วิเศษแบบนี้ คนธรรมดาไม่มีทางเข้าใจหรอก"
พานจื่อจัดของในเป้ปีนเขาให้เรียบร้อย ซ่อนปืนลูกซองสองลำกล้องที่ทำเองนั้นไว้ให้ดี แล้วแทรกขึ้นมากลางคัน
"นายน้อยรอง ข้าว่าคนนั้นน่าจะพูดจริงนะ"
ต้าเขวี่ยร่างสูงใหญ่หนึ่งเมตรเก้าสิบ แม้จะเคยเป็นทหารปลดประจำการ แต่ความกล้าไม่นับว่าโต
เพิ่งจะได้สติจากการตกใจกลัวในถ้ำน้ำสั่งสมศพตานนี้เอง เขาได้ยินบทสนทนาของอู๋เสียและคนอื่นๆ ก็ถามอย่างกังวลใจว่า "หากที่ที่เขาจะไป ก็คือที่ของพวกเรา...นายท่านสาม เมื่อถึงเวลานั้นจะทำเช่นไร"
"ทำเช่นไร ก็ปล่อยไปตามบุญตามกรรม!"
อู๋ซานเสิ่งเกาท้ายทอย สีหน้าแฝงแววจนใจอยู่บ้าง
เที่ยวนี้แม้จะเป็นแผนที่เตรียมไว้สำหรับอู๋เสียโดยเฉพาะ เพื่อให้เขาได้สัมผัสกับความแค้นฝังลึกระหว่างเก้าตระกูลและตระกูลหวังอย่างเป็นทางการ
แต่ใครจะรู้ จู่ๆ ก็มีเซียนแบบนี้โผล่มาคนหนึ่ง
เพียงแต่ ปวดหัวก็ปวดหัวเถอะ อู๋ซานเสิ่งไม่ได้คิดจะล้มเลิก
ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ปรับเปลี่ยนแผนสักหน่อย
หากดึงเซียนผู้นี้เข้าร่วมฝ่ายเก้าตระกูลได้ ไม่แน่ผลประโยชน์อาจจะยิ่งมีมากกว่า
อู๋ซานเสิ่งคิดในใจพลาง เดินเข้าไปใกล้จางฉี่หลิงอย่างไม่ให้ใครสังเกต แล้วถามเบาๆ
"เจ้าคิดเห็นเช่นไรกับคนนี้"
"ไม่รู้!" จางฉี่หลิงส่ายหน้า
อู๋ซานเสิ่งลังเลครู่หนึ่ง ถามอีกว่า "แล้วโลงดำนั้นล่ะ รู้ที่มาหรือไม่"
"ไม่รู้" จางฉี่หลิงยังคงส่ายหน้า
แต่ครั้งนี้ เขาลังเลอยู่บ้าง แล้วเสริมอีกประโยค
"ชวนขนพองมาก!"
ได้ฟังคำนี้ ใจของอู๋ซานเสิ่งก็ไร้ซึ่งความมั่นใจไปชั่วขณะ
หลักๆ ก็คือเขาดูไม่ออกเลย ว่าคนหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าผู้ส่งวิญญาณผู้นี้ แท้จริงมีพื้นเพมาอย่างไร
คิดไม่ออก อู๋ซานเสิ่งก็ทำเป็นปล่อยเรื่องพวกนี้ไว้ชั่วคราวเสีย
เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เสียงยิ่งอ่อนโยนขึ้น
"หลังจากข้าตายแล้ว เจ้าจงปกป้องอู๋เสียด้วย"
"อืม"
...
อู๋เสียกระตือรือร้นก้าวเท้าเข้าไปในหมู่บ้านบนภูเขาแห่งนี้ เขามองซ้ายมองขวา เห็นอะไรก็รู้สึกว่าแปลกใหม่ไปหมด
ลูกน้องของอู๋ซานเสิ่งอย่างพานจื่อนั้นมากประสบการณ์ ยื่นบุหรี่จงหัวให้ชาวบ้านไปสองสามมวน ไม่นานก็พูดคุยกันสนิทสนม
คุยอยู่สักพักใหญ่ พานจื่อถึงกลับมา
"นายท่านสาม ถามชัดเจนแล้ว ในหมู่บ้านมีเกสต์เฮาส์เล็กๆ แห่งหนึ่ง พักคนได้ ข้าบอกว่าพวกเราเป็นหน่วยสำรวจธรณีวิทยา ชาวบ้านบอกว่าเมื่อกว่าครึ่งปีก่อน แถวนี้จะตัดถนน รัฐบาลจึงส่งหน่วยสำรวจธรณีวิทยามา"
"ใครจะรู้ สำรวจไปได้ครึ่งทาง ก็ค้นพบสุสานโบราณยุคจ้านกั๋วกลุ่มหนึ่ง ทีมโบราณคดีทั้งจากในเมืองและจากมณฑลก็มากันหมด สุดท้ายขุดค้นอยู่ครึ่งปี ถนนก็เปลี่ยนเส้นทางไป คนของรัฐก็ถอนกำลังไปแล้ว"
ผู้คนทั้งหลายได้ยินดังนั้น ล้วนขมวดคิ้วมุ่น
พวกเขาก็มาเพื่อตั้งหม้อทำกิจนี่แหละ จะให้พูดเพราะๆ หน่อยก็เรียกพวกโจรขุดสุสาน พูดแย่ๆ ก็คือโจรลักขโมยสุสาน
แต่ถ้าสุสานถูกทีมโบราณคดีขุดค้นไปหมดแล้ว เช่นนั้นจะไปลักขโมยกันได้อย่างไร!
อู๋ซานเสิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยิบเป้สะพายหลังลงมา แล้วหยิบแผนที่ละเอียดของเมืองอีโจวออกมาจากข้างในหนึ่งแผ่น
พวกเขาพากันพิจารณาครู่หนึ่ง ก็พากันถอนหายใจโล่งอก
ปรากฏว่าในท้องถิ่นมีแนวภูเขาอยู่หลายลูก สองลูกในนั้นมีชื่อว่าภูเขาจินเชวี่ยและภูเขาอิ๋นเชวี่ยตามลำดับ
ถนนอุโมงค์ที่ในเมืองจะตัด และหมู่สุสานที่ค้นพบทีหลัง ล้วนอยู่ในภูเขาอิ๋นเชวี่ย
ส่วนสุสานโบราณที่ระบุในผ้าไหมยุคจ้านกั๋วนั้น อยู่ในภูเขาจินเชวี่ย
อู๋ซานเสิ่งเก็บแผนที่ ยิ้มแล้วว่า "ดูท่าจะยังโชคดีอยู่บ้าง พวกเราพักในหมู่บ้านหนึ่งคืน พรุ่งนี้เช้าออกเดินทาง"
เมื่อปรึกษาหารือกันเสร็จ ทุกคนก็ตรงไปยังเกสต์เฮาส์หลังหมู่บ้าน
แต่ที่ทำให้พวกเขาไม่ทันคาดคิดก็คือ หลี่ฉางเซิงก็อยู่ในเกสต์เฮาส์ด้วย
"พี่หลี่ ท่านก็อยู่ที่นี่หรือ"
"พูดอะไร...ข้ามาอยู่เกสต์เฮาส์ไม่ได้รึ"
หลี่ฉางเซิงอาบน้ำเสร็จแล้วตอนี้ เปลี่ยนเป็นชุดวอร์มชุดหนึ่ง ดูเผินๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กจบใหม่
หรือแม้แต่ดูแล้วยังหน้าเด็กกว่าอู๋เสียด้วยซ้ำ
อู๋เสียรีบส่ายหน้า ตอบตะกุกตะกักว่า "ข้ายังนึกว่าท่านเป็นกึ่งเซียน แค่ต้องกินลมต่างข้าว..."
"รอให้ข้าไปส่งวิญญาณเจ้าก่อน บางทีถึงจะบรรลุเป็นกึ่งเซียนได้"
อู๋เสียเห็นหลี่ฉางเซิงยังพูดเล่นได้ ก็รู้ว่าเขาไม่ได้โกรธจริง จึงรีบพูดว่า "ข้าไม่เหมาะ ต้องให้น้าสามของข้ามา"
เพี๊ยะ!
อู๋เสียยังพูดไม่ทันจบ หัวก็ถูกอู๋ซานเสิ่งดีดเข้าให้หนึ่งที
"ไอ้เด็กบ้า แช่งข้าหรือไง?!"
"ฮิๆ น้าสาม ข้าก็แค่ล้อเล่น"
อู๋ซานเสิ่งถลึงตาใส่อู๋เสีย หันไปประสานมือคำนับหลี่ฉางเซิง
"คุณหลี่ อู๋เสียเด็กคนนี้ปากพล่อยไปหน่อย อย่าได้ถือสาเลย"
หลี่ฉางเซิงไม่ใส่ใจ อันที่จริงเขาไม่ได้ล้อเล่นเลย
รอวันไหนอู๋เสียตายแล้ว ไม่แน่ระบบอาจจะแจกเควสให้สักครั้ง รางวัลคงจะงามล้ำ
คิดได้ดังนั้น สายตาที่เขามองอู๋เสียก็ยิ่งเป็นประกายขึ้นมา แอบคิดในใจ จะหาจังหวะเผลอแทงไอ้นี่สักทีดีไหม
คิดไปคิดมาอยู่นาน เขาก็ล้มเลิกตัวเลือกที่ยั่วยวนนี้ไป
จะอย่างไรเขาก็แค่คาดเดา และยังไม่ได้เสียจริยธรรมถึงขั้นฆ่าคนบริสุทธิ์เพื่อแลกกับรางวัล
อีกทั้ง ภารกิจนางซากศพยุคจ้านกั๋วยังไม่เสร็จสิ้นเลย