น้ำเสียงของชายหนุ่มไม่ดังนัก แต่ยังคงเย็นชาเช่นเคย ทำให้ทุกคนในห้องเงียบเสียงลงโดยไม่รู้ตัว
ในหูของสวี่ชูเหลือเพียงคำพูดดูแคลนสี่คำนั้น ราวกับเป็นเรื่องไม่จริงที่เกิดขึ้นในชาติภพก่อน แต่ความอับอายที่ได้รับกลับชัดเจนเสียจนเจ็บแปลบ
คุณเฉียนผู้เจนจัดในแวดวงธุรกิจจะฟังคำเยาะเย้ยในประโยคของโจวยวี่เชิงไม่ออกได้อย่างไร ทว่าเขายังตั้งตัวไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า สมองหมุนเร็วจี๋พลางตอบอย่างติดขัดว่า “คุณโจว... เสี่ยวสวี่...”
แต่โจวยวี่เชิงไม่เปิดโอกาสให้เขาอธิบาย เพียงมองเขาอย่างเย็นชา “เถ้าแก่เฉียนชอบช่วยสร้างความครึกครื้นนัก แล้วทำไมไม่เต้นเองเสียเลยล่ะ จะให้ของแบบนี้มาทำให้ผมแสบตาไปทำไม”
“คุณโจวช่างพูดเล่นเก่งจริง ๆ สภาพอย่างผมจะเต้นไปได้ยังไง” คุณเฉียนตอบพร้อมรอยยิ้ม เขาไม่รู้ว่าตัวเองไปล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ตรงไหน หากเมื่อครู่ยังเป็นแค่คำเยาะเย้ย ตอนนี้ก็กลายเป็นความไม่พอใจอย่างเปิดเผยแล้ว
หรือว่าจะเกี่ยวกับสวี่ชู?
คุณเฉี่ยนหรี่ตาลง แล้วกวาดตามองผู้หญิงข้างกายอีกครั้ง หางตาแดงระเรื่อ ร่างผอมบางฝืนยืนอยู่กลางฝูงชน ชวนให้คนรู้สึกสงสารขึ้นมา
“ผมดื่มมากไปหน่อย เมื่อกี้เลยคิดไม่รอบคอบ ผมขอดื่มลงโทษตัวเองสักแก้ว” คุณเฉียนยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวทันที เขาเป็นคนหน้าหนา รู้จักทั้งรุกและถอยมาแต่ไหนแต่ไร
“ยังไม่รีบขอบคุณคุณโจวอีกหรือ” กั๋วเฉิงหูซึ่งเห็นทุกอย่างอยู่ข้าง ๆ เอ่ยเตือน แม้คำพูดของโจวยวี่เชิงจะฟังไม่น่าฟัง แต่ก็ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้สวี่ชู เขาพลันนึกถึงวันนั้นที่บริษัท โจวยวี่เชิงก็ดูเหมือนจะช่วยปกป้องสวี่ชูเช่นกัน
สวี่ชูหมดความสามารถในการคิดไปโดยสิ้นเชิง ในสถานการณ์แบบนี้ เธอควรจะทักทายโจวยวี่เชิงอย่างสุขุม หรือไม่ก็หาทางปลีกตัวออกจากสถานที่วุ่นวายแห่งนี้อย่างเงียบ ๆ
ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ไม่ควรยืนนิ่งงันอยู่กับที่ราวกับคนโง่เช่นนี้
แต่ตอนนี้ขาทั้งสองข้างของเธอหนักอึ้งราวกับถูกกรอกด้วยปูน มือก็สั่นน้อย ๆ อย่างควบคุมไม่ได้ จนแก้วเหล้าแทบจะคว่ำ
ความเงียบที่ชวนให้หายใจไม่ออกปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง
คุณเฉียนผู้เจนจัดและหลักแหลมสังเกตเห็นความผิดปกติเพียงน้อยนิดนั้นได้อย่างเฉียบไว จึงรีบยิ้มประคองสถานการณ์ “คุณโจวครับ สาวน้อยคนนี้ปกติสุขุมรอบคอบ วันนี้กลับมองคุณอยู่หลายครั้งเลยนะครับ พวกคุณรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า”
โจวยวี่เชิงมีสีหน้าเรียบเฉย เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาเพียงสามคำด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่รู้จัก”
นิ้วมือที่จับแก้วเหล้าของสวี่ชูค่อย ๆ กำแน่นขึ้น ส่วนมืออีกข้างกำเป็นหมัดจนซีดขาว ในหูเหลือเพียงสามคำเย็นชานั้น พร้อมความรู้สึกราวกับจู่ ๆ ก็ร่วงลงสู่หุบเหวลึกจนหายใจไม่ออก
คุณเฉียนตั้งใจจะแนะนำให้รู้จักกัน จึงเดินเข้ามาดึงสวี่ชูให้ลุกขึ้นแล้วโอบเอวเธอไว้ “ถ้าอย่างนั้นก็ทำความรู้จักกันตอนนี้เลยสิ เสี่ยวสวี่เป็นนักแปลฝีมือดีที่สุดของบริษัทแปลจือเฮิง เป็นมือขวาคนสำคัญของคุณกั๋ว ช่วงหลายปีมานี้กลุ่มติ่งอี้รุกขยายโครงการในต่างประเทศอย่างจริงจัง ต่อไปถ้าพวกคุณได้ร่วมงานกัน ก็ฝากช่วยดูแลเสี่ยวสวี่ด้วยนะครับ”
ในแวดวงธุรกิจ การโอบเอวหรือลูบขาเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณเฉียน อีกทั้งเขาก็หมายตาความงามของสวี่ชูมานานแล้ว พอฤทธิ์เหล้าเข้าครอบงำจึงยิ่งกล้าลูบไล้ไปทั่วเอวของเธออย่างไม่เกรงใจ
อากาศรอบตัวชวนให้หายใจไม่ออกขึ้นทุกที สวี่ชูอยากหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
แต่โจวยวี่เชิงกลับเห็นท่าทางที่เธอประจบเอาใจคนไปทั่วเข้าเสียแล้ว สวี่ชูรู้สึกราวกับตอนนี้ตัวเองเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง ถูกทุกคนเลือกสรรและหยอกล้อ ความภาคภูมิใจเพียงน้อยนิดที่ยังหลงเหลืออยู่ต่อหน้าเขาก็พังทลายไม่เหลือชิ้นดี
“เสี่ยวสวี่ ไปนั่งเป็นเพื่อนคุณโจว คุยกับเขาสักหน่อย” กั๋วเฉิงหูฉวยจังหวะเหมาะแล้วผลักสวี่ชูเบา ๆ วันนั้นที่บริษัท คำพูดของโจวยวี่เชิงทำให้เขาคาดเดาความคิดไม่ออก ตอนนี้ได้พบกันอีกครั้งในงานเลี้ยงแบบนี้ เขาย่อมต้องคว้าโอกาสไว้ให้ดี
สายตาของโจวยวี่เชิงกวาดผ่านมือที่โอบเอวสวี่ชูอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะมองหน้าเธอ แล้วคล้ายยิ้มเยาะ “เมื่อกี้ผมพูดไม่ชัดพอหรือไง ผมไม่ชอบผู้หญิงประเภทนี้”
น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชาไร้อารมณ์ บดขยี้ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจทั้งหมดที่สวี่ชูมีต่อหน้าเขาอย่างไร้ความปรานี
สวี่ชูสูดหายใจลึกอยู่หลายครั้ง พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาความสงบไว้เป็นครั้งสุดท้าย
แต่คำพูดสั้น ๆ ของโจวยวี่เชิงก็ยังทำให้สายตาของทุกคนวนเวียนอยู่บนตัวเธอไม่หยุด ผู้หญิงหน้าตาสวยในสถานการณ์เช่นนี้มักถูกคนตัดสินด้วยอคติทางโลกีย์ได้ง่าย ทันใดนั้นเสียงซุบซิบรอบตัวก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย
“เธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่ยวี่เชิงชอบจริง ๆ นั่นแหละ” เสิ่นซิงคั่วมองหญิงสาวแสนสวยตรงหน้าอย่างครุ่นคิด แล้วใบหน้าหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่รู้ตัว
ตอนนั้นคู่หมั้นของโจวยวี่เชิงเป็นหญิงงามที่มีเสน่ห์เย้ายวนและโดดเด่นสะดุดตา ทุกอิริยาบถล้วนเผยความสง่างามอวดดีอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณหนูตระกูลผู้ดี ไม่เหมือนคุณสวี่คนนี้ที่ดูเย็นชาและเปราะบาง
งานเลี้ยงคืนนี้เป็นเขาที่พาโจวยวี่เชิงมา ตอนแรกนึกว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมมาสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านแบบนี้ แต่หมอนี่กลับตอบตกลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตอนนี้เขาเพิ่งเข้าใจความหมายของประโยคที่โจวจิ้นหลี่บอกว่า “อารมณ์คุณอาไม่ค่อยดี” หมอนี่ไม่คิดจะไว้หน้าหญิงงามสักนิดจริง ๆ แต่ยังไงงานเลี้ยงนี้ก็เป็นงานที่เขาจัดขึ้น จะปล่อยให้บรรยากาศแย่เกินไปก็คงไม่ได้
“คุณสวี่ เชิญนั่งทางนี้ครับ” เสิ่นซิงคั่วขยับไปด้านข้าง เปิดที่ว่างระหว่างตัวเองกับโจวยวี่เชิง แล้วโบกมือเรียกสวี่ชูด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะบ่นโจวยวี่เชิงเบา ๆ ว่า “ใจดีกับสาวสวยหน่อยสิ”
คุณเฉียนดีใจอยู่ในใจ แล้วดันสวี่ชูไปทางเสิ่นซิงคั่วเบา ๆ “นาน ๆ ทีคุณชายเสิ่นจะสนใจขึ้นมา เสี่ยวสวี่ คืนนี้ก็อยู่เป็นเพื่อนคุณชายเสิ่นดี ๆ ล่ะ”
แขนขาของสวี่ชูไร้ความรู้สึกไปนานแล้ว พอถูกผลักเข้าอย่างนี้ เท้าก็อ่อนยวบจนแทบจะล้มลงบนโซฟา ของเหลวในแก้วกระเพื่อมและกระเด็นไปหยดลงบนปลายนิ้วของโจวยวี่เชิงสองสามหยด
“ขอโทษค่ะ” เมื่อเห็นหยดไวน์แดงสดสะดุดตาบนนิ้วมือขาวผ่องของเขา สวี่ชูก็ยิ่งกระอักกระอ่วน เธอก้มหน้าหน้าแดงแล้วพูดเสียงเบา
แต่โจวยวี่เชิงเพียงดึงกระดาษทิชชูมาสองสามแผ่น แล้วค่อย ๆ เช็ดนิ้วมืออย่างไม่เร่งรีบ สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย แน่นอนว่าเขาไม่สนใจจะตอบสวี่ชูสักคำ
ถึงเขาจะไม่พูดอะไรสักคำ คนรอบข้างก็ยังสัมผัสได้ถึงรัศมีสูงส่งและทรงอำนาจจากท่วงท่าที่สุขุมไม่ลนลานของเขา
“คุณสวี่ ผ่อนคลายหน่อยครับ” เสิ่นซิงคั่วสัมผัสได้ชัดเจนว่าสวี่ชูกำลังอึดอัด จึงยิ้มพลางยกแก้วขึ้นชนแก้วกับเธอ
ส่วนชายที่นั่งอยู่อีกด้านของเสิ่นซิงคั่ว แม้จะพูดน้อย แต่ก็ส่งยิ้มสุภาพให้สวี่ชู
“คุณสวี่อยู่ที่วั่งจิงมาตลอดเลยหรือครับ” ปกติเสิ่นซิงคั่วเป็นคนพูดมากอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งชวนสวี่ชูคุยอย่างไม่สนใจคนรอบข้าง
หัวใจของสวี่ชูกระตุกวูบ แต่เธอยังคงรักษาสีหน้าให้สงบไว้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ค่ะ”
“แล้วทำไมก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเห็น...” เสิ่นซิงคั่วครุ่นคิด ก่อนจะนึกสนใจขึ้นมาแล้วถามต่อ “คุณสวี่แปลภาษาอะไรบ้างครับ”
“ฝรั่งเศส เยอรมัน แล้วก็อังกฤษค่ะ” สวี่ชูตอบช้า ๆ
แววประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาของเสิ่นซิงคั่วทันที “พูดได้ตั้งหลายภาษาเลยหรือครับ ไม่แปลกที่คุณเฉียนจะบอกว่าคุณมีความสามารถในการทำงานสูง เก่งจริง ๆ ครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โจวจิ้นหลี่ก็เผยสีหน้าเลื่อมใสออกมาเช่นกัน เพียงแต่เพราะคุณอาหน้าน้ำแข็งที่อยู่ข้าง ๆ เขา จึงไม่กล้าพูดอะไรให้มากความ
โจวยวี่เชิงซึ่งนั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ มาตลอด จู่ ๆ ก็หัวเราะเยาะออกมา ผู้หญิงคนนี้ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่งงานมีลูกแล้วก็ยังออกมาหว่านเสน่ห์ไปทั่ว
“ความสามารถในการทำงานของคุณสวี่มาจากอะไรครับ ดื่มเหล้า หรือคอยอยู่เป็นเพื่อนคนอื่น”
น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชาเช่นเคย ทั้งยังแฝงคำเยาะเย้ยอย่างเปิดเผย
