เหอจือเพิ่งเลิกเวรกลางคืน สมองยังมึนงง เธอทำงานเป็นพยาบาลมาสามปีแล้ว ช่วงนี้ยิ่งเหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายขึ้นทุกที
โดยเฉพาะหลังจากคนคนนั้นออกจากโรงพยาบาล
เธอเดินไปชงกาแฟให้ตัวเองในห้องพักพนักงาน ได้ยินพยาบาลสาวที่คุ้นหน้ากันอยู่สองสามคนพูดคุยกัน “วันนี้ทำไมมีตำรวจมาด้วยล่ะ?”
“มาถามเรื่องหมอฮั่ว ได้ยินว่าหมอฮั่วหายตัวไปหลังออกจากโรงพยาบาล”
“หายตัวไปเหรอ?”
“ใช่ เมื่อสามวันก่อนจู่ ๆ ก็ไม่เห็นตัว กล้องวงจรปิดก็ตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย เมื่อกี้ฉันเห็นครอบครัวของหมอฮั่วมาด้วย สีหน้าพวกเขาดูอิดโรยกันมาก เฮ้อ”
“พวกเธอว่าเป็นไปได้ไหมว่าหมอฮั่วรับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ไหว เลยฆ่าตัวตาย...”
“แค่มือมีปัญหา ทำงานเป็นศัลยแพทย์ไม่ได้ แต่เป็นหมอแผนกอื่นก็ยังได้ หมอฮั่วไม่ใช่คนคิดสั้นแบบนั้นหรอก”
“แล้วจะเป็นคนสองคนนั้นที่ก่อเรื่องในโรงพยาบาลหรือเปล่า? แทงหมอฮั่วแล้วยังไม่พอใจ อาศัยจังหวะนี้กลับมาแก้แค้นหมอฮั่วอีก แล้วก็...”
“สองคนนั้นไม่ถูกตำรวจจับไปแล้วเหรอ?”
“ได้ยินว่าพวกเขายังมีพรรคพวกอีก”
เสียงของพยาบาลสาวฟังดูอ่อนหวาน พวกเธอพูดถึงข่าวลือที่ยากจะแยกได้ว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จ ก่อนจะค่อย ๆ เดินจากไปพร้อมเสียงสนทนา
ในห้องพักพนักงาน มือที่กำลังคนกาแฟของเหอจือค่อย ๆ หยุดลง
ความกังวลปรากฏขึ้นในดวงตา อารมณ์ที่หดหู่อยู่แล้วก็ยิ่งกระวนกระวายและไม่สบายใจมากขึ้น
หมอฮั่วที่พวกเธอพูดถึงก็คือฮั่วสวินจิ้ง เดิมทีเขาเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ ทั้งชาติตระกูล ฝีมือการผ่าตัด และรูปลักษณ์ของเขา ล้วนเป็นหัวข้อที่คนในโรงพยาบาลชอบหยิบมาพูดคุย
พอเอ่ยถึงฮั่วสวินจิ้ง ทุกคนก็จะนึกถึงคำว่า “ผู้เป็นที่โปรดปรานของสวรรค์” ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
บางคนเกิดมาก็โดดเด่น เป็นอัจฉริยะมาตั้งแต่เกิด
จนกระทั่งเมื่อสี่เดือนก่อน ฮั่วสวินจิ้งผ่าตัดพลาดครั้งหนึ่ง พ่อแม่ของผู้ป่วยที่มีอารมณ์รุนแรงใช้กรรไกรแทงเขา ฝ่ามือของเขาก็ได้รับบาดเจ็บไปด้วย แม้จะรีบจัดการผ่าตัดให้ทันที แต่ก็ไม่อาจทำให้ความสามารถในการขยับนิ้วมือของเขากลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้
เขาไม่อาจผ่าตัดต่อได้อีกแล้ว แค่ยังใช้ชีวิตตามปกติได้ก็นับว่าโชคดี ช่วงที่ฮั่วสวินจิ้งนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล เหอจือเป็นหนึ่งในพยาบาลที่รับหน้าที่ดูแลเขา เธอมักเห็นฮั่วสวินจิ้งทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง สีหน้าเรียบเฉย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เหอจือมองตามสายตาของเขาออกไป เห็นเพียงท้องฟ้าสีครามกับดวงอาทิตย์แผดจ้า
เสียงเคาะประตูห้องพักพนักงานดังขึ้น เรียกเหอจือให้หลุดจากภวังค์
เป็นพยาบาลอีกคนที่รับหน้าที่ดูแลฮั่วสวินจิ้ง “เหอจือ ตำรวจเรียกเธอ อยากถามเรื่องหมอฮั่ว”
ตำรวจกำลังสอบถามแพทย์อีกคนอยู่ ส่วนพ่อกับแม่ของฮั่วสวินจิ้งนั่งฟังอยู่ด้านใน
หญิงสาวคนหนึ่งสวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าเคร่งเครียด
เหอจือจำได้ว่าเธอคือน้องสาวของฮั่วสวินจิ้ง ชื่อฮั่วซิง ช่วงที่ฮั่วสวินจิ้งนอนโรงพยาบาล เธอมาดูแลพี่ชายอยู่บ่อย ๆ
ทั้งสองพบกันบ่อยครั้งในช่วงที่ฮั่วสวินจิ้งพักรักษาตัว จึงรู้จักกันและเริ่มพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
“รู้ว่าหมอฮั่วหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่?” เหอจือถาม
“สามวันก่อน บ่ายวันศุกร์ที่แล้ว พี่ชายบอกว่าจะออกไปทิ้งขยะ แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย”
ฮั่วซิงมีสีหน้าหม่นหมอง “ฉันน่าจะไปกับเขาด้วย”
เหอจือปลอบเธอ “บางทีเขาอาจแค่อารมณ์ไม่ดี เลยออกไปที่ไกล ๆ เพื่อพักใจ”
ทั้งสองต่างรู้ดีว่าโอกาสเป็นเช่นนั้นมีไม่มาก ฮั่วสวินจิ้งไม่ใช่คนเอาแต่ใจ
เงียบกันไปครู่หนึ่ง เหอจือก็พูดกับฮั่วซิงว่า “เมื่อสองสามวันก่อน ตอนฉันเก็บของที่ไม่ใช้แล้ว เจอสมุดบันทึกของหมอฮั่วเล่มหนึ่ง”
“เดิมทีคิดว่าจะรอให้หมอฮั่วหายดีแล้วกลับมาทำงาน ค่อยเอาไปคืนให้เขา แต่ตอนนี้ให้เธอไว้ก่อนก็ได้”
ดวงตาของฮั่วซิงเป็นประกาย “ข้างในเขียนอะไรไว้บ้าง? บางทีอาจมีเบาะแสเรื่องที่พี่ชายหายตัวไปก็ได้”
“ข้างในบันทึกเรื่องปะปนกันหลายอย่าง เดี๋ยวฉันเอามาให้ดู” เหอจือไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จึงหันกลับไป “ฉันไปเอามาเดี๋ยวนี้เลย”
ที่บอกว่าจะรอให้ฮั่วสวินจิ้งกลับมาแล้วค่อยคืนให้เขา จริง ๆ เป็นเรื่องโกหก
สมุดบันทึกถูกยัดไว้ในกองของที่ไม่ใช้แล้ว ตอนฮั่วสวินจิ้งออกจากโรงพยาบาลก็ไม่ได้เอาติดตัวไปด้วย น่าจะไม่ใช่ของสำคัญอะไร เหอจือคิดจะเก็บไว้เองตั้งแต่แรก
สมุดบันทึกที่ฮั่วสวินจิ้งทิ้งไว้มีขนาดเอหก ปกสีฟ้าอ่อน บางมาก มีประมาณห้าสิบหน้า เหอจือสอดมันไว้ในสมุดนัดหมายเล่มหนาของตัวเอง
เหอจืออ่านเนื้อหาในนั้นมาหลายรอบแล้ว
ช่วงแรก ๆ ยังเป็นบันทึกทบทวนการผ่าตัดกับบันทึกการประชุมตามปกติ แต่หลังจากนั้นเนื้อหาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
รายการสิ่งของจำเป็นสำหรับการรับมือภัยพิบัติ แบบร่างการสร้างที่พักปลอดภัย แบบร่างอาวุธ แนวคิดเรื่องสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ ตำนานลี้ลับในเมือง เรื่องเล่าประหลาดตามกฎเกณฑ์...
เหอจือไม่เข้าใจว่าทำไมฮั่วสวินจิ้งถึงจดเรื่องพวกนี้ไว้ เขาไม่ได้เขียนความรู้สึกหรือความคิดของตัวเองลงไปเลย มีแต่บันทึกความรู้กับภาพร่างที่แยกส่วนรายละเอียดไว้
เธอคิดว่าบางทีนี่อาจเป็นงานอดิเรกส่วนตัวของฮั่วสวินจิ้ง
ฮั่วสวินจิ้งที่ปกติดูสุขุมจริงจัง เป็นมืออาชีพและใจเย็น กลับมีงานอดิเรกแปลกประหลาดพวกนี้ แถมยังออกจะเป็นเด็กด้วยซ้ำ
พอคิดถึงตรงนี้ เหอจือก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
หวังเหลือเกินว่าเขาจะสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัยอยู่เสมอ
เหอจือปิดสมุดบันทึกแล้วรีบเดินออกไป ฮั่วซิงกับตำรวจยังรอเธออยู่ตรงนั้น
มีคนใช้ลิฟต์อยู่ตลอด เหอจือรออยู่หลายนาทีก็ยังไม่มาสักที จึงตัดสินใจเดินลงทางหนีไฟ แค่ลงบันไดไปอีกสามชั้นก็ถึงแล้ว เร็วกว่ารอลิฟต์
ไม่ค่อยมีคนใช้ทางหนีไฟ หลอดไฟขั้วหลวมกะพริบไม่หยุด ตอนเหอจือเดินลงไป หลอดไฟก็สิ้นสุดหน้าที่อันสั้นของมันในที่สุด ก่อนจะดับสนิทพร้อมเสียงเพี๊ยะ
ไฟฉุกเฉินส่องแสงสีเขียวซีด บรรยากาศมืดหม่นน่าขนลุกแผ่ปกคลุมไปทั่วโถงบันได
เหอจือรีบไปหาฮั่วซิงจึงเดินเร็วเกินไป เธอไม่ทันสังเกตว่ามีขวดยาตกอยู่บนขั้นบันได พอเหยียบเข้า ฝ่าเท้าก็ลื่น อีกข้างก้าวพลาดตามไปด้วย
เธอยังไม่ทันได้ร้องด้วยซ้ำ ก็พลัดตกลงจากบันได ศีรษะกระแทกเข้ากับชั้นเหล็กตรงหัวมุมอย่างแรง เลือดสดพุ่งออกมาจากศีรษะ
เหอจือรู้สึกเพียงว่าตรงหน้ามืดวูบ แล้วหมดสติไปโดยสิ้นเชิง
เลือดขังเป็นแอ่งบนพื้น ซึมเปื้อนชุดพยาบาลสีขาวราวหิมะของเธอ และสมุดบันทึกที่เธอกำไว้แน่นในมือก็ชุ่มเลือดไปด้วย
*
เหมือนเวลาผ่านไปสามวินาที หรือสามปี หรือแม้แต่หนึ่งศตวรรษ
เหอจือกุมหน้าผาก ลุกขึ้นยืนทั้งร่างชุ่มเลือด
เธอยังคงสวมชุดพยาบาล และยังถือสมุดบันทึกของฮั่วสวินจิ้งอยู่ แต่ไม่ได้อยู่ในโถงบันไดที่ไร้ผู้คนแห่งนั้นอีกแล้ว หากยืนอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าอันน่าพิศวงแห่งหนึ่ง
ที่นี่ที่ไหน?
กำลังฝันอยู่หรือ?
เธอตายแล้วหรือ?
เหอจือพบว่าหน้าผากไม่เจ็บแล้ว เธอใช้นิ้วแตะบริเวณบาดแผลเบา ๆ พบว่าผิวเรียบเนียนดังเดิม แม้แต่รอยแผลเป็นก็ไม่มี
ตัวอักษรชุดหนึ่งสว่างวาบขึ้นตรงหน้าเธอ ตัวอักษรสีดำเคลื่อนไหวผ่านไป
【ยินดีต้อนรับ เหอจือ ยินดีต้อนรับสู่ดาวม่วง นักรบที่รักของฉัน】
【ฟื้นฟูสภาพร่างกายของคุณกลับสู่สภาวะดีที่สุดแล้ว】
【เปิดใช้โหมดคุ้มครองมือใหม่แล้ว】
【กำลังสร้างด่านมือใหม่... ด่านมือใหม่ “ภูเขาเสือคำราม” สร้างเสร็จแล้ว】
【ภารกิจด่านนี้: เอาชีวิตรอดให้ครบสามวัน อัตราการเสียชีวิตในด่านมือใหม่คือ 0 ทำภารกิจนี้สำเร็จแล้วจะได้รับรางวัลมากมาย】
【ขอให้ทุกอย่างราบรื่น!】
