“ไม่มีอะไรจริง ๆ!” ซูชิงเหอแสร้งตัวสั่นงันงก ย่อตัวลงเปิดกระเป๋าเดินทาง
ในกระเป๋ามีของอยู่ไม่มาก นอกจากหนังสือสามถึงห้าเล่มแล้ว ก็มีเสื้อผ้าฤดูร้อนอีกแค่สองชุด มองปราดเดียวก็เห็นถึงก้นกระเป๋า
เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของคนที่เป็นหัวหน้าก็เปลี่ยนไป ความฉงนและความตกใจปรากฏชัดบนใบหน้า!
เห็นท่าทางของเขา ซูชิงเหอก็พอเดาได้แล้ว
ดูท่าคนที่คอยจับตาเธอจะไม่ได้มีแค่พวกนี้ แม้แต่ในธนาคารก็อาจมีคนของพวกเขาอยู่ด้วย ชายคนนี้มั่นใจอย่างเห็นได้ชัดว่าในกระเป๋าของเธอต้องมีเงิน
แต่พวกเขาคงนึกไม่ถึงว่าจะมีของวิเศษอย่างพื้นที่ส่วนตัวอยู่
“เงินล่ะวะ ให้ตายสิ ของมีแค่นี้ ยังอุตส่าห์เอากระเป๋าใบใหญ่มาด้วย แกเป็นบ้าหรือไง!” ชายตาสามเหลี่ยมคนหนึ่งด่าพลางเตะกระเป๋าเดินทางกระเด็นไปด้านข้าง
แววตาของซูชิงเหอเย็นวาบ ก่อนจะก้มหน้าหลุบตาลงแล้วพูดเสียงเบา “ฉัน... ฉันได้ยินคุณน้าบอกว่าเตรียมของไว้ให้ฉันเยอะมาก ให้...ให้เอากระเป๋าเดินทางไปด้วยก็พอ!”
“คนแซ่หลินใจกว้างขนาดนั้นเชียว?” ชายคนหนึ่งดูเหมือนจะรู้จักหลินเต๋อชาง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน แต่พอถูกหัวหน้าถลึงตาใส่ เขาก็หุบปากลง
แววตาของซูชิงเหอไหววูบ เธอครุ่นคิดว่าจะจับคนพวกนี้มาสอบสวนดีหรือไม่ แต่คิดไปคิดมาก็ล้มเลิก
แถวนี้มีคนผ่านไปมาเป็นครั้งคราว อีกทั้งยังมีคนของพวกเขาอยู่หน้าธนาคารด้วย หากลงมือที่นี่ก็อาจทำให้ไก่ตื่น ไม่เหมาะอย่างยิ่ง ที่สำคัญที่สุดคือเธอต้องรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ เรื่องไม่ดีแบบนี้ต้องเปลี่ยนชุดก่อนค่อยทำ!
“ทำไมถึงไม่มีล่ะ? บ้านเธอไม่ได้มีเงินตั้งเยอะหรอกหรือ?” แววตาของหัวหน้าคมกริบขึ้น “หรือว่าเธอหลอกพวกเรา?”
“เงินที่บ้านฉันถูกคนอื่นแย่งไปหมดแล้ว จะยังเหลือเงินที่ไหนอีกล่ะ?”
“ใครแย่งไป? พวกคณะกรรมการปฏิวัตินั่นหรือ?”
พอนึกถึงความเป็นไปได้นี้ สีหน้าของหัวหน้าก็ยิ่งไม่น่าดู
ซูชิงเหอทำท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจและหวาดกลัว ก่อนจะพยักหน้า เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เธอก็มั่นใจแล้วว่าคนพวกนี้ไม่ได้เป็นพวกเดียวกับเกาหวย
