ซูชิงเหอลุกขึ้นยืน เดินไปข้างโต๊ะ แล้วออกแรงเพียงเล็กน้อยก็หักขาโต๊ะข้างหนึ่งได้
ช่วงนี้เธอพบว่าขาเตียงกับขาโต๊ะอะไรพวกนี้ใช้ได้ดีไม่น้อย โต๊ะตัวหนึ่งมีขาถึงสี่ขา ใช้ได้นานเลยทีเดียว!
“อือ… อือ!” สีหน้าเกาหวยเปลี่ยนไปทันที โต๊ะบ้านเขาแข็งแรงมาก แต่อีกฝ่ายกลับหักขาโต๊ะได้ราวกับหักเต้าหู้ ต่อให้เฉินเจี้ยนกั๋วมาที่นี่ เกรงว่าก็คงช่วยเขาไม่ได้
คิดเช่นนั้น เกาหวยก็พยักหน้ารัว ๆ แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายถามเรื่องนี้ไปทำไม แต่ขอแค่ปล่อยเขาไปก็พอ
เกาหวยส่งเสียงอืออาไม่หยุด ไม่ว่าอีกฝ่ายจะถามอะไร เขาก็จะไม่ปิดบัง
แต่ซูชิงเหอกลับไม่ถามต่อ แค่รู้ว่าใครเป็นตัวการก็พอแล้ว
ส่วนคนตรงหน้า ในเมื่อเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ก็ย่อมปล่อยไปไม่ได้เช่นกัน
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะให้เขาพูดเลยสักนิด คราวนี้เกาหวยก็ลนลานขึ้นมาจริง ๆ อีกฝ่ายไม่ถามอะไรเลย แบบนี้เห็นชัด ๆ ว่าต้องการเอาชีวิตเขา!
วินาทีนั้นเขารู้สึกเสียใจอยู่บ้าง ไม่น่าเชื่อคำหลอกลวงของเฉินเจี้ยนกั๋วเลย ตระกูลซูเป็นตระกูลที่มีรากฐานมั่นคง จะจัดการได้ง่าย ๆ ที่ไหนกัน
เขาไม่ควรคิดเสี่ยงโชค หวังจะย้ายตัวเองออกจากคณะกรรมการปฏิวัติก่อนฟ้าสาง แต่ควรเอาเงินหนีไปต่างประเทศเสียตั้งแต่แรก
ซูชิงเหอไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะสำนึกเสียใจอย่างไร เธอใช้ขาโต๊ะฟาดลงไปทีละครั้ง แววตาเย็นเยียบมองชายที่นอนอยู่บนพื้นราวกับหมาตาย
ชาติก่อนเธอทำได้เพียงมองดูพ่อแม่กับพี่ชายถูกคนคนนี้พาตัวไป ถูกผลักกระแทกและเหยียดหยามอย่างไร้ทางสู้ แต่ชาตินี้ทุกอย่างแตกต่างออกไปในที่สุด
เธอมั่นใจว่าวันนี้ได้ทุบกระดูกมือกับกระดูกขาของเขาจนแตกละเอียดแล้ว ด้วยการแพทย์ในยุคนี้ อย่างน้อยสิบกว่ายี่สิบปีก็คงไม่มีทางรักษาได้
