จริงๆ แล้ว ตอนที่หลี่ซิ่วซิ่วและโจวจื้อกังไปหาซ่งเอ้อโกว พวกเขาไม่ได้หลบใครเลย
ตอนนี้ คนที่ต่อให้มีปากเป็นร้อยก็พูดไม่ชัด ไม่ใช่ซ่งเอ้อโกว แต่เป็นเธอต่างหาก
หลี่ซิ่วซิ่วหมดหนทางอย่างสิ้นเชิง เอาแต่ร้องไห้โฮ “ฉันจะกลับบ้าน ฉันจะไปหาพ่อฉัน”
โจวจื้อกังเดินเข้าไป จับมือเธอไว้ “ซิ่วซิ่ว อย่าร้องไห้เลย ยังไงก็ต้องมีทางแก้”
หลี่ซิ่วซิ่วมีเรื่องอัดอั้นในใจเต็มไปหมดยังหาที่ระบายไม่ได้ เขากลับเดินเข้ามาหา
“โจวจื้อกัง เรื่องนี้มันก็เพราะแก แผนการโง่ๆ ของแกทั้งนั้น!”
เธอไม่สนใจภาพลักษณ์แล้ว ตรงเข้าไปตะปบตะกุยโจวจื้อกัง
โจวจื้อกังหลบไม่ทัน ใบหน้าและลำคอถูกตะกุยเป็นรอยเลือดหลายรอย
เขาก็เริ่มมีอารมณ์โกรธ “จะโทษฉันได้ยังไง ความคิดนี้หลู่หงเหมยเป็นคนเสนอ ตอนนั้นเธอก็เห็นด้วย”
ผู้ใหญ่บ้านหรี่ตาลงทันที “เรื่องนี้ เกี่ยวอะไรกับหงเหมยด้วย?”
โจวจื้อกังเพิ่งรู้ตัวว่าพูดพลาด รีบถอยไปยืนมุมหนึ่ง ปิดปากแน่น ไม่พูดอะไรอีกต่อไป
หลินหว่านแยกกับซ่งเอ้อโกวแล้ว ก็ไปเก็บฟืนตรงที่คนเยอะๆ ระหว่างนั้นก็คุยกับผู้คนไปเรื่อยเปื่อย
หลังจากฤดูเก็บเกี่ยว ใครๆ ก็ทานข้าวกันวันละสองมื้อ ตอนเที่ยงก็ไม่มีใครลงเขามา
จนกระทั่งเย็น ทีมล่าสัตว์ของหลู่ซือเหนียนก็กลับมาพร้อมกับสัตว์ที่ล่าได้
ท่าเสวี่ยวิ่งนำหน้า ตรงดิ่งเข้าหาหลินหว่าน
หลู่ซือเหนียนแบกฟืนที่หลินหว่านเก็บได้ไว้บนหลัง ทุกคนเดินเขาลงมาอย่างมีความสุข
ทุกครั้งที่ทีมล่าสัตว์กลับมา เป็นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดของหมู่บ้าน คนเกือบทั้งหมดจะมารวมตัวกันดู
