ฝีมือทำอาหารของฉือหยวนไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไร เพียงแต่ออกมาใช้ชีวิตเองตั้งแต่เด็ก จึงมีโอกาสเข้าครัวมากกว่า ฝีมือสู้เชฟในร้านอาหารไม่ได้ แต่ก็นับว่าดีกว่าคนทั่วไปมาก
หลังจากหวงไข่ย้ายมาอยู่ด้วยกันกับฉือหยวน ครั้งแรกที่ได้กินกับข้าวที่ฉือหยวนทำก็พูดว่า “อาหารตามร้านก็หอมน่าทานก็จริง แต่กินมากเข้าก็เลี่ยน ฝีมือนายนี่สิถึงจะใช่กับข้าวบ้าน ๆ แท้ ๆ”
กับข้าวบ้าน ๆ ไม่ได้หมายถึงแค่เมนูที่คนในครอบครัวทำให้กินบ่อย ๆ แต่เป็นรสชาติที่ต่างจากร้านอาหารนั่นเอง
ฉือหยวนลงมือคล่องแคล่วมาก อีกทั้งมีแค่สองคนกิน จึงเตรียมกับข้าวสี่อย่างกับซุปหนึ่งอย่าง พอยกขึ้นโต๊ะหมด เวลาก็เพิ่งผ่านไปราว 40-50 นาที
เจียงเฮ่าเฉินเข้าไปในห้องหนังสือแล้วก็ไม่ออกมาอีกเลย ฉือหยวนอยากเดินไปเคาะประตูเตือน แต่ก็กลัวจะรบกวนการทำงานของเจียงเฮ่าเฉิน
ในความคิดของเขา ประธานเจียงอย่างนี้ การค้าที่ทำต้องสำคัญมากแน่ ๆ
แต่ถ้ารอต่อไปกับข้าวก็จะไม่อร่อย
“คงไม่เป็นไรหรอกนะ งานยุ่งแค่ไหนก็ต้องกินข้าว”
ฉือหยวนพยายามเกลี้ยกล่อมตัวเองเสียงเบา แล้วจึงค่อย ๆ เดินไปทางห้องหนังสืออย่างระวัง
เดินมาถึงหน้าประตูห้องหนังสือแล้ว ยังต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ หลายหน เตรียมใจไว้เต็มที่ก่อนจะเคาะประตูเบา ๆ หนึ่งครั้ง
“เข้ามา”
ฉือหยวนบิดลูกบิด เปิดประตูให้แง้มไว้ แต่ตัวยังยืนอยู่หน้าประตู ไม่ได้เข้าไป “คุณเจียงครับ กับข้าวเสร็จแล้ว”
ห้องหนังสือเป็นที่สำคัญขนาดนี้ ตัวเองอย่าเข้าไปจะดีกว่า หากทำให้คุณเจียงรังเกียจเข้าจะแย่
เจียงเฮ่าเฉินกำลังประชุมผ่านวิดีโออยู่ พอเสียงของฉือหยวนดังขึ้น สีหน้าของทุกคนในวิดีโอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
คุณเจียงนี่มีอะไรหรือเปล่า?
