“อาจารย์ฉือครับ นี่คือสคริปต์ถ่ายทำวันนี้ เชิญดูนะครับ” ผู้กำกับโฆษณายื่นสคริปต์ให้ฉือหยวน พร้อมกล่าวอย่างสุภาพ “หากมีจุดไหนอยากให้ปรับเปลี่ยน บอกผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ”
“อ้อ ได้ครับ” ฉือหยวนรับสคริปต์มาพร้อมรอยยิ้ม รอให้ผู้กำกับเดินจากไปแล้ว จึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
กลับมาจากต่างประเทศได้พักใหญ่แล้ว แต่ฉือหยวนก็ยังปรับตัวกับความกระตือรือร้นเกินเหตุนี้ไม่ได้ พี่หรานบอกเขาว่านี่คือปฏิบัติการระดับซุปตาร์เบอร์หนึ่ง แต่ซุปตาร์เบอร์หนึ่งนี่มันเหนื่อยจริง ๆ เลย
แล้วที่บอกว่ามีปัญหากับสคริปต์ให้บอกผู้กำกับได้ตลอดนี่คืออะไร เขาเป็นนักแสดง ไม่ใช่คนเขียนบท เขามีหน้าที่ถ่ายทอดบทบาทให้ดีก็พอแล้ว ไม่ใช่หรือ จะให้มาแก้สคริปต์ยังไงกัน
ทั้งที่วันนี้เขาไม่ให้คุณชายเจียงตามมาด้วยแล้วแท้ ๆ ทำไมผู้กำกับถึงยังทำแบบนี้
“พี่ฉือ” เสี่ยวเจ้าถือกล่องเครื่องสำอางเข้ามา เปิดวางตรงหน้าฉือหยวน “นี่คือเครื่องสำอางที่จะใช้ถ่ายทำโปรโมตเป็นตัวหลักวันนี้ครับ ผู้กำกับบอกว่าให้เราทำความคุ้นเคยไว้ก่อน ดูว่านำเสนอแบบไหนถึงจะดูดี”
การถ่ายทำของฉือหยวนในวันนี้เป็นแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้เครือบริษัทตระกูลเสิ่น เดิมทีตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์นี้เป็นสิ่งที่คุณชุยตงไปขอร้องมาจากท่านประธานเครือบริษัทตระกูลเสิ่นโดยใช้บุญคุณส่วนตัว แต่ด้วยมูลค่าทางการตลาดของฉือหยวนในตอนนี้ การที่เขาได้มารับงานนี้ด้วยค่าตัวระดับนี้ อันที่จริงแล้วเป็นทางตระกูลเสิ่นที่ได้เปรียบมากกว่า
ฉือหยวนลองศึกษาเครื่องสำอางอยู่พักหนึ่ง จู่ ๆ ก็รู้สึกหิวขึ้นมา “เสี่ยวเจ้า ไปซื้ออะไรกินหน่อยได้ไหม”
เพื่อให้ทันเวลาถ่ายทำ เขาตื่นมาตั้งแต่ตีห้าเพื่อมาแต่งหน้า โดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย
เสี่ยวเจ้า “ผมจะเร่งให้นะครับ”
ว่าแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาเตรียมส่งข้อความหาใครสักคน
ฉือหยวนแปลกใจ “นายสั่งอาหารเดลิเวอรี่ไว้แล้วเหรอ”
เสี่ยวเจ้าส่งข้อความไปพลาง ตอบไปพลาง “เปล่าครับ ก็คุณเจียงไงครับ บอกว่าจัดการให้คนมาส่งอาหารเช้าไว้แล้ว”
ฉือหยวน “แล้วเมื่อกี้นายบอกว่าเร่ง นี่คือ...”
เสี่ยวเจ้า “เร่งคุณเจียงไงครับ อีกห้านาทีก็มาถึงแล้ว”
