“ก๊อก ก๊อก”
เจียงเฮ่าเฉินกำลังหงุดหงิด พอได้ยินเสียงเคาะประตูก็ตวัดสายตาดุดันไปทางนั้น
ผู้ช่วยเฉินที่เคาะประตูรู้สึกสันหลังวาบ เริ่มเสียใจที่ตัดสินใจแบบนั้นเมื่อสามนาทีก่อน
ตอนนี้หันหลังเดินกลับไปคงยังทันนะ
“มีอะไร” พอเห็นผู้ช่วยเฉินตอนนี้เจียงเฮ่าเฉินก็อารมณ์เสีย แต่ก็ลงของไม่ได้จริง ๆ
ของในลิ้นชักนั่นซื้อมาได้ปีครึ่งแล้ว เพิ่งมาระเบิดอารมณ์ตอนนี้มันยังไงอยู่ ส่วนเรื่องเตียงนั่น ตอนนั้นเขาดันให้โบนัสไอ้หมอนี่อีก
เจียงเฮ่าเฉินยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด สีหน้าก็เลยดำคล้ำขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้ช่วยเฉิน “กะ...ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรครับ ท่านไปต่อก่อนเถอะ เดี๋ยวผมค่อยเข้ามา”
เจียงเฮ่าเฉินคำราม “แล้วแกจะมาเคาะประตูทำไม”
ผู้ช่วยเฉินทีนี้จะเดินก็ไม่ใช่ จะอยู่ก็ไม่เชิง ถ้าเดิน ก็เท่ากับตอกย้ำว่าเขาไม่คิดทำงาน เดินมาเคาะประตูเล่น ถ้าไม่เดิน อยู่ต่อก็ต้องแบกรับอารมณ์
คิดไปคิดมา ผู้ช่วยเฉินก็ผลักประตูเดินเข้าไป เขาก้าวตรงดิ่งมาหยุดตรงหน้าเจียงเฮ่าเฉิน ท่ามกลางสายตาฉงนของอีกฝ่าย แล้วส่งกาแฟหนึ่งแก้วกับแซนด์วิชหนึ่งชิ้นให้
เจียงเฮ่าเฉิน “??”
ผู้ช่วยเฉินรีบอธิบาย “คุณฉือฝากให้ผมเตรียมมาให้ครับ เขาบอกว่าท่านรีบมาแต่เช้า ไม่ได้กินข้าว”
เจียงเฮ่าเฉินไม่มองผู้ช่วยเฉินต่อ เปลี่ยนเป็นจ้องกาแฟกับแซนด์วิชตาเขม็ง
ผู้ช่วยเฉินรออยู่ครู่หนึ่ง ไม่เห็นเจ้านายระเบิดอารมณ์ กำลังจะออกไป ก็ได้ยินเจ้านายตัวเองพ่นคำออกมาสองคำด้วยเสียงเยือกเย็น “ไม่กิน”
ว่าแล้ว!
ผู้ช่วยเฉินรีบฉับไว เตรียมยกกาแฟออกอีกครั้ง
“คุณทำอะไร” เจียงเฮ่าเฉินตวาดเสียงเย็น
ผู้ช่วยเฉิน “...ผมยกออกไปครับ?”
เจียงเฮ่าเฉิน “ใครบอกให้คุณยกออกไป”
