"อาจารย์ฉือ ดูบทพูดแล้วหรือยังครับ" ผู้กำกับโฆษณาถามอย่างสุภาพ
"ดูแล้ว จำได้แล้วด้วย" ครั้งนี้โฆษณามีบทพูดไม่กี่ประโยค ง่ายมาก ตอนแต่งหน้าอ่านไปสองรอบก็จำได้หมดแล้ว
"งั้นเดี๋ยวอาจารย์ลองแสดงตามความรู้สึกของตัวเองก่อนสักรอบ แล้วค่อยปรับแก้กันนะครับ" บทโฆษณาไม่ได้เข้มงวดเท่าบทละคร หลัก ๆ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแบรนด์แอมบาสเดอร์ ผู้กำกับจึงอยากดูการแสดงของฉือหยวนก่อน
"ได้ครับ"
ตอนนี้ฉือหยวนก็เป็นนักแสดงที่เติบโตเต็มที่แล้ว หันหน้าเข้ากล้องก็แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
"ต้าหมี่ 18 ถ่ายรูปออกมาสวย ถ่ายคนที่คุณชอบ ยิ่งสวยกว่า"
"คุณ...ชอบผมไหมครับ"
โฆษณาต้องเน้นจุดขายหลัก ยิ่งข้อมูลเรียบง่ายเท่าไรก็ยิ่งถูกจดจำได้ง่าย บทพูดสองประโยคที่ดูเหมือนไม่มีสาระอะไร พอจับคู่กับใบหน้าหล่อเหลาของฉือหยวนแล้ว ไม่ว่าใครได้ยินประโยคที่สองก็ต้องอดใจตอบในใจว่าชอบไม่ไหว
ผู้กำกับพอใจมาก แต่ก็ยังพูดว่า "อาจารย์ฉือ ลองเปลี่ยนเป็นแนวซึ้ง ๆ หน่อย อีกสักเทคครับ"
ฉือหยวนพยักหน้า หันหลังไปเปลี่ยนท่าทาง พอหันกลับมาสีหน้าก็เปลี่ยนไป
ดวงตาของเขามองผ่านเลนส์กล้อง เหมือนกำลังมองคนที่ตัวเองรักแต่ไม่อาจสมหวัง ถามออกไปอย่างระมัดระวังและลังเลว่า "คุณ...ชอบผมไหมครับ"
เป็นบทพูดสองประโยคเดิมแท้ ๆ แต่การแสดงทั้งสองรอบแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
รอบแรกเหมือนคู่รักที่กำลังหวานชื่น ฝ่ายหนึ่งอ้อนถามอีกฝ่ายว่า คุณชอบผมไหม คำตอบคือใช่แน่นอน รอบหลัง เหมือนคนแอบรักที่ต่ำต้อย สุดท้ายรวบรวมความกล้าเอ่ยคำสารภาพ ชวนให้ปวดใจจนแทบอยากโอบกอดอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมแขนทันที
