การถูกเจียงเฮ่าเฉินเกลียดทำให้ฉือหยวนซึมเศร้าไปหลายวัน แต่ไม่นานเขาก็คิดได้ จะเกลียดก็เกลียดไป อย่างน้อยก็จำชื่อเขาได้แล้ว
อีกอย่าง ยังไงเขาก็... เคยได้ตัวเจียงเฮ่าเฉินมาแล้ว (ดีใจนะ)
ฉือหยวนถูกกลั่นแกล้งในกองถ่ายตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้งที่ไม่มีบทของเขาแล้ว แต่กลับถูกสั่งให้ทำงานเสี่ยง ๆ อยู่ตลอด แถมภายหลังยังให้ไปเป็นสตันท์แทนนักแสดงคนอื่น โดยยืนกรานว่านั่นคือบทของเขา
มีสัญญาผูกมัดอยู่ ฉือหยวนไม่มีทางเลือก ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล
ผู้ช่วยชุดเสื้อผ้าคนหนึ่งซึ่งสนิทกับฉือหยวนพอสมควร เห็นตอนที่เขากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าและมีบาดแผลทั่วร่าง ก็อดไม่ได้ที่จะแนะนำ
“ไม่ลองอ่อนข้อให้เขาบ้างล่ะ ถ้าโดนย่ำยีแบบนี้ต่อไป เธอจะทนไม่ไหวเอานะ”
ฉือหยวน: “ผมอ่อนข้อให้ไม่ได้หรอก”
“เธอดื้อรั้นขนาดนี้ ในวงการนี้จะอยู่รอดได้ยังไง”
ฉือหยวนเงียบ เขาเข้าวงการนี้ตั้งแต่แรกก็เพื่อเข้าใกล้เจียงเฮ่าเฉิน ตอนนี้ก็ถือว่าได้เข้าใกล้แล้ว
อย่างเลวร้ายที่สุด ก็แค่เปลี่ยนงาน
“เธอมีคุณสมบัติดี อดทน และการแสดงก็ไม่เลวนี่ หรือว่า...”
ฉือหยวน: “ไม่เป็นไรครับ ผมจัดการเองได้”
ฉือหยวนไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่อ คว้าเสื้อยืดสวมระหว่างเดินออกไปข้างนอก ไปยืมกล่องปฐมพยาบาลที่หน่วยแพทย์ แล้วหามุมเงียบ ๆ ทำแผลด้วยตัวเองง่าย ๆ
“ติ๊งต่อง”
มีข้อความแจ้งเตือนคำขอเพิ่มเพื่อนในวีแชท พร้อมข้อความระบุว่า: ผมคือชุยตง
ชุยตง?
ฉือหยวนจำชุยตงได้ดี ชุยตงคือหุ้นส่วนของเจียงเฮ่าเฉิน เป็นประธานบริหารของเทียนหยูเอ็นเตอร์เทนเมนต์
ผู้บริหารระดับสูงขนาดนี้จะมาหาเขาทำไม
เพราะเจียงเฮ่าเฉินหรือเปล่า ชุยตงมาหาเขาเพราะเรื่องของเจียงเฮ่าเฉิน เพื่อตักเตือนเขางั้นหรือ
ฉือหยวนคิดมากมายในชั่วพริบตา รู้สึกกังวลและไม่สบายใจ แต่ก็ยังคงกดรับคำขอเพิ่มเพื่อน
ชุยตง: {ผมคือชุยตง}
ฉือหยวน: {ครับ}
ชุยตง: {รู้ใช่ไหมว่าผมเป็นใคร}
ฉือหยวน: {รู้ครับ}
ชุยตงร้อง “เฮ” ออกมาทีหนึ่ง หันกลับไปมองใครบางคนที่นั่งอยู่บนโซฟา “เด็กนักแสดงนี่หยิ่งใช้ได้เลยนะ”
เจียงเฮ่าเฉินเหลือบมองเขา “เขาพูดอะไร”
ชุยตง: “เขาไม่ได้พูดอะไรเลย ผมเป็นถึงประธานบริษัท อุตส่าห์แอดเพื่อนเขาไปแท้ ๆ เขากลับตอบผมด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ”
เจียงเฮ่าเฉินนึกถึงท่าทางของฉือหยวนในวันนั้น จึงพูดยิ้ม ๆ “นั่นไม่ใช่หยิ่ง เขาเป็นคนขี้อายต่างหาก”
ชุยตง: “แกตาเสียตั้งแต่เมื่อไหร่ ขนาดขึ้นเตียงแกเองแท้ ๆ จะขี้อายได้ไง”
คำพูดนั้นไม่ผิด แต่เจียงเฮ่าเฉินกลับรู้สึกว่าเด็กคนนั้นค่อนข้างขี้อาย ถ้าอยากขึ้นเตียงจริง ๆ ทำไมไม่ฉวยโอกาสเข้าหาเขา แล้วยังยอมรับว่าเป็นความผิดตัวเอง โดยไม่เรียกร้องผลประโยชน์อะไรเลย
“พอเถอะ เอาของนั่นส่งให้เขา”
ชุยตง: “ผมไม่เข้าใจนายจริง ๆ คนแบบนี้ นายจะช่วยเขาทำไม”
เจียงเฮ่าเฉิน: “ก็ถือว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับคืนนั้นแล้วกัน”
ชุยตงล้อเลียน “อะไรนะ คืนนั้นทำให้นายลืมไม่ลงขนาดนั้นเลยเหรอ”
เจียงเฮ่าเฉินไล่เรียงความทรงจำ “ก็ดีจริง ๆ”
ช่วงนี้ที่ไปบาร์ เจอนายแบบที่พากันเข้ามาใกล้ ในสายตาเขากลับมีแต่ลำคอและกระดูกไหปลาร้างดงามของฉือหยวน
ชุยตง: “ถ้าชอบ ก็เลี้ยงไว้สิ”
เจียงเฮ่าเฉิน: “ไม่ล่ะ นาน ๆ ทีครั้งสองครั้งยังพอ ถ้านานไปผมจะเบื่อ”
ชุยตงหัวเราะเย้ย “ใครจะไปคิดว่า คนเจ้าชู้อย่างแก ก็เคยมีความรักมั่นคงมาก่อนเหมือนกัน”
เจียงเฮ่าเฉินยิ้มเยาะ รักมั่นคง มันเอาไว้ให้หมากินเถอะ
“ส่งไปแล้วนะ”
อีกด้านหนึ่ง ฉือหยวนเปิดคลิปวิดีโอสั้นที่ชุยตงส่งมาให้ มันคือภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นที่โรงแรม ตอนที่ผู้จัดการส่วนตัวประคองเขาเข้าไปในห้องของหวังหมิง แล้วเขาหนีออกมา
ขั้นตอนในวิดีโอละเอียดมาก เห็นหน้าของเขาเอง หน้าผู้จัดการ และหน้าของหวังหมิงชัดเจน
หลักฐานโดยละเอียดขนาดนี้ คนทั่วไปไม่มีทางได้มา ชุยตงส่งมาให้เขาทำไม
ฉือหยวน: {ทำไมถึงส่งนี่มาให้}
ชุยตง: {มีคนให้ผมส่ง}
ชุยตงไม่ได้บอกว่าใคร แต่ฉือหยวนเดาได้แล้ว นอกจากเจียงเฮ่าเฉินจะมีใครอีก
รู้ว่าเขาถูกกลั่นแกล้ง ก็เลยส่งคลิปวงจรปิดมาให้ เขาเอาไว้ปกป้องตัวเองงั้นหรือ
ทั้งที่เกลียดเขาแล้วแท้ ๆ ทำไมยังมาช่วยเขาอีก เป็นแบบนี้ แล้วเขาจะเลิกชอบนายได้ยังไง
ตอนกระโดดลงมาจากตึก ฉือหยวนไม่ได้ร้องไห้ ตอนถูกระเบิดทำให้บาดเจ็บ ฉือหยวนก็ไม่ได้ร้องไห้ แต่แค่คิดว่ามันคือสิ่งที่เจียงเฮ่าเฉินส่งมาให้ น้ำตาของฉือหยวนก็เอ่อคลอเบ้าตา
น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด หยุดเท่าไหร่ก็หยุดไม่อยู่
“ไม่เป็นไรนะ” เสียงถามด้วยความห่วงใยดังมาจากเหนือหัว
ฉือหยวนสะดุ้งหันกลับมา เห็นชายหนุ่มหน้าตาอ่อนโยนคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล มองเขาด้วยความกังวล
ฉือหยวนสวมเสื้อที่ถอดออกกลับคืน เช็ดน้ำตา “ไม่เป็นไรครับ แค่น้ำยาล้างแผลเข้าตา”
ชายหนุ่มยิ้ม ไม่ได้เปิดโปง เขารู้ดีว่าในวงการนี้ดูภายนอกสวยงาม แต่ความกดดันก็มหาศาล ความยากลำบากก่อนที่จะมีชื่อเสียงเป็นสิ่งที่หลายคนจินตนาการไม่ถึง
“นายบาดเจ็บ ฉันช่วยทำแผลให้ไหม” ชายหนุ่มอาสาช่วย
“ไม่เป็นไรครับ ทำเสร็จแล้ว” ฉือหยวนยกกล่องปฐมพยาบาลเดินออกไป
ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังของฉือหยวน สายตาติดตามเขาเข้าไปในกองถ่ายจนลับตาจึงถอนกลับมา
ฉือหยวนคืนกล่องปฐมพยาบาล แล้วจึงส่งคลิปวิดีโอวงจรปิดเมื่อครู่นั้นให้ทั้งผู้จัดการและหวังหมิง
ก่อนหน้านี้เขาถ่ายคลิปของหวังหมิงไว้ แต่เป็นคลิปในห้องพัก บทสนทนาของทั้งสองคนไม่มีข้อมูลสำคัญอะไร อีกอย่างในวงการนี้ก็วุ่นวายขนาดนี้ หวังหมิงแค่ยืนกรานว่าเป็นความยินยอมทั้งสองฝ่าย เรื่องนี้ตำรวจก็สืบยาก ทำให้หวังหมิงไม่เกรงกลัวอะไรในการกลั่นแกล้งเขา แต่ตอนนี้มีคลิปนี้แล้วทุกอย่างต่างออกไป
แค่เขาตัดสินใจแจ้งความ ทั้งสองคนต้องติดคุกแน่
แต่เขาไม่อยากแจ้งความ ถ้าแจ้งความ เขาคงอยู่ในวงการนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว
ทั้งที่เพิ่งตั้งใจจะเปลี่ยนงาน แต่ตอนนี้ฉือหยวนกลับไม่อยากเปลี่ยนแล้ว ขอเพียงมีความหวังแม้เพียงน้อยนิด เขาก็ไม่ยอมทิ้ง
ถึงเจียงเฮ่าเฉินจะไม่ชอบเขา แต่ตราบใดที่ยังอยู่ในวงการนี้ ก็ยังได้อยู่ใกล้เขามากขึ้นอีกนิด บางที บางทีถ้าวันหนึ่งเขาพอมีผลงานบ้าง อาจจะได้ไปเทียนหยูเอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็ได้ใครจะรู้
หวังหมิงตอบกลับมา: {นายต้องการยังไง}
ฉือหยวน: {บทของฉันต้องไม่ถูกตัดแม้แต่นาทีเดียว ค่าตัวของฉันต้องไม่ขาดแม้แต่สลึงเดียว}
หวังหมิง: {ได้}
ฉือหยวน: {ผมยังอยากอยู่ในวงการนี้ต่อไป ก็เลยจะไม่แจ้งความ แต่ถ้าพวกคุณทำให้ผมอยู่ไม่ได้แล้วล่ะก็ ผมไม่มีอะไรจะเสีย เกิดเรื่องขึ้นมา พวกคุณเสียหายมากกว่าผมแน่นอน}
หวังหมิงยอม: {เรื่องนี้จบแค่นี้}
จากนั้น ฉือหยวนก็แท็กไปที่ผู้จัดการฉางเหลย: {โอนสัญญาผู้จัดการของผมให้พี่หงด้วย}
ถ้าเป็นไปได้ ฉือหยวนอยากยกเลิกสัญญา แต่ฉางเหลยเป็นแค่ผู้จัดการเล็ก ๆ ต่อให้ข่มขู่เขา ก็ยกเลิกสัญญาไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดจึงเป็นการเปลี่ยนผู้จัดการ พี่หงเป็นผู้จัดการที่มีชื่อเสียงดีที่สุดในบริษัท อยู่กับเธอเรื่องแย่ ๆ อาจจะน้อยลง
ฉางเหลยไม่กล้าไม่ทำตาม เขามีศิลปินคนอื่นในความดูแลด้วย และศิลปินพวกนี้ก็พอมีชื่อเสียงบ้างแล้ว ถ้าปล่อยให้คลิปนี้แพร่ออกไป แฟนคลับรู้ว่าเขาให้ศิลปินไปหาผู้อื่นเพื่อนอนด้วย ไม่ใช่แค่เขา แต่แม้แต่ศิลปินของเขาก็จะเดือดร้อนไปด้วย ถึงตอนนั้น ทั้งแฟนคลับและบริษัทไม่มีทางยกโทษให้เขา
ฉางเหลย: {พี่หงเป็นรุ่นพี่ แล้วนายก็เป็นหน้าใหม่ หล่อนอาจจะไม่อยากดูแลนายก็ได้}
ฉือหยวน: {นั่นเรื่องของคุณ}
ทำทุกอย่างเสร็จ ฉือหยวนก็ออกจากกองถ่ายทันที เลิกงานกลับโรงแรม
และครั้งนี้ ไม่มีใครกล้าห้าม