【ติ๊ง】
【ผู้เล่นอวี่ชี เสียชีวิตแล้ว】
【สาเหตุการเสียชีวิต: มีดแล่กระดูก】
【ผู้เล่นที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้: 4】
หร่วนเถากอดเขา นั่งนิ่งอยู่ในกองเลือดเป็นเวลานาน
นกกาขาวย่อตัวลง ปิดตาให้เขา
สือโถวยืนนิ่งอยู่กับที่ น้ำตาไหลเต็มหน้า ไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย
หร่วนเถาเก็บพัดที่แตกเป็นชิ้นขึ้นมาทีละซี่ ใช้แขนเสื้อเช็ดจนสะอาด แล้ววางจัดให้เรียบร้อยบนอกของอวี่ชี
“พี่อวี่ชี” เธอพูดเสียงเบา “ชาติหน้าอย่าเข้าไปอยู่ในศาลพิพากษาอีกเลยนะ”
นกกาขาวยืนอยู่ข้างหลังเธอ ยื่นมือมาตบไหล่เบา ๆ
“สมุดบัญชีที่เขาพูดถึงอยู่ในสัมภาระของฉัน” เธอเอ่ยเสียงต่ำ “พรุ่งนี้ฉันจะส่งให้ระบบรับรองความถูกต้อง เรื่องซื้อขายของศาลพิพากษาควรเปิดเผยให้เห็นกันเสียที”
เปลวเทียนในห้องโถงดับไปครึ่งหนึ่งตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
ลุงจงถือโคมไฟ ยืนอยู่ข้างที่นั่งประธาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหันว่า
“แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน”
“งานเลี้ยงเลิกแล้ว”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา นาฬิกาตีบอกเวลาในส่วนลึกของคฤหาสน์ก็ดังขึ้น
กัง!
ดังต่อเนื่องกันทีละเสียง
ยังไม่ถึงยามจื่อแท้ ๆ
แต่นาฬิกากลับตีไปถึง 13 ครั้ง
คืนที่ 6 ฝนเริ่มตกลงมาอีกครั้ง
ศพของอวี่ชีถูกวางไว้ในห้องโถงด้านข้าง ลุงจงใช้ผ้าขาวคลุมเอาไว้
ไม่มีใครเก็บกวาดเศษซากจากงานเลี้ยง อาหารบนโต๊ะยาวเย็นชืดหมดแล้ว
ชามเปล่าบนที่นั่งประธาน ไม่รู้ว่าใครเติมน้ำแกงจนเต็มอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไร
หร่วนเถา นกกาขาว และสือโถวรวมตัวกันอยู่ข้างเตาผิง
ลุงจงถือโคมไฟเดินมาหาพวกเขา
“คุณปู่จง” หร่วนเงยหน้าขึ้น “ความคืบหน้าอยู่ที่ 66% แล้ว ส่วนที่เหลือ คุณควรเล่าให้พวกเราฟังได้แล้วใช่ไหมคะ?”
ไส้ตะเกียงปะทุเสียงดังเปรี๊ยะ
“แขกถาม บ่าวก็ตอบ” ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบแห้งเชื่องช้า “ถ้าตอบไม่ได้ ก็อย่าถือโทษกัน”
“บ้านหลังนี้เป็นสถานที่แบบไหน?”
“โรงรับจำนำ” ลุงจงตอบ
แสงไฟจากเตาผิงไหววูบ
“โรงรับจำนำที่คนเก็บศพเป็นเจ้าของ เขาแบกสัมภาระเร่ร่อนไปทั่วทุกสารทิศ รับซื้อขายสิ่งของจากคนที่กำลังจะตายเท่านั้น”
“ใครอยากต่ออายุก็เอาเงินมาซื้อ ถ้าเงินไม่พอก็เอาของมาจำนำ ถ้าของยังไม่พออีก...”
