เผยจี้ยืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าก็ดูไม่สู้ดีนัก
“เผยจี้ คุณก็รู้สึกไม่สบายเหมือนกันเหรอ?”
“แกล้งทำ” เขากระซิบ “ฉากนี้กำหนดให้ทุกคนป่วยเป็นโรคร้ายระยะสุดท้าย อย่าให้พวกนั้นจับได้ล่ะ”
หร่วนเถาพยักหน้าอย่างว่าง่าย “อ๋อ ๆ ฉันจะไม่ให้จับได้”
เผยจี้กล่าวว่า “เธอป่วยจริงอยู่แล้ว ดูเหมือนคนป่วยยิ่งกว่าพวกเขาอีก”
“จริงเหรอ?” หร่วนเถารับคำชมอย่างยินดี “ฉันเก่งขนาดนั้นเลย!”
ประตูกระจกของอาคารสีขาวเลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียง
พยาบาลคนหนึ่งเข็นรถเข็นออกมาต้อนรับ
เธอสวมเครื่องแบบสีขาวที่เรียบกริบ รวบผมขึ้น และประดับรอยยิ้มมาตรฐาน เผยให้เห็นฟันทั้งแปดซี่อย่างพอดิบพอดี
“ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่โรงพยาบาลอันหนิง”
น้ำเสียงของเธอฟังดูเป็นมิตร ราวกับผ่านการปรับแต่งด้วยเครื่องจักร
“บริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ท่านจองไว้ มีผลแล้วค่ะ”
ผู้เล่นถูกนำทางเข้าไปด้านใน
โถงใหญ่แตกต่างจากภาพโรงพยาบาลที่หร่วนเถาจินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง
มีโซฟาสีเบจ โต๊ะน้ำชาทำจากไม้เนื้ออ่อน ภาพสีน้ำมันของศิลปินไม่ทราบชื่อแขวนอยู่บนผนัง และยังมีเปียโนราคาแพงตั้งอยู่ตรงมุมห้อง
ในอากาศไม่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแม้แต่น้อย กลับอบอวลด้วยกลิ่นกาแฟบดสด
พยาบาลที่เคาน์เตอร์ลุกขึ้นยิ้มให้ทุกคน
ระหว่างเดินผ่านโถงทางเดิน พยาบาลทุกคนที่พบจะจงใจหยุดยิ้มและพยักหน้าทักทาย
แม้แต่พยาบาลที่เข็นรถอุปกรณ์รักษาก็ยังยิ้มอย่างสงบนิ่ง
ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า ผู้เล่นคนหนึ่งกระซิบว่า “ที่...ที่นี่ทุกคนยิ้มน่าขนลุกเกินไปแล้ว...”
ในที่สุดหร่วนเถาก็รู้ว่ามีอะไรผิดปกติ
