เข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนเดินติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก อย่างมั่นคงและหนักแน่น
นอกหน้าต่าง แสงฟ้าค่อย ๆ มืดลงทีละน้อย ราวกับม่านที่ถูกดึงปิด
“มารวมกันตรงนี้” ซ่งลี่เรียกทุกคนมาที่กลางห้องรับแขก “ฉันตรวจดูบ้านหลังนี้ทั่วแล้ว จะสรุปให้ฟัง”
“นาฬิกาประหลาดเรือนนั้นหยุดอยู่ที่ตำแหน่งหกโมงตั้งแต่พวกเราเข้ามา เพิ่งเริ่มเดินหลังจากกินข้าวเสร็จ”
“แล้วก็ปฏิทิน” เขาพลิกปฏิทินบนโต๊ะรับแขกให้ทุกคนดู “วันที่วงด้วยปากกาแดงคือวันที่พี่ชายของบ้านนี้เกิดเรื่อง”
“ทุกหน้าหลังจากนั้นมีคนใช้ดินสอเขียนวันที่ใหม่ทั้งหมด เวลาของบ้านนี้หยุดนิ่งตั้งแต่วันนั้น”
“อัลบั้มรูป” เขามองไป๋ลู่
ไป๋ลู่รับช่วงต่อ “เด็กในรูปถ่ายเปลี่ยนหน้าอยู่ตลอด เด็กผู้หญิงคนล่าสุดเคยลงดันเจี้ยนเดียวกับฉันเมื่อสามปีก่อน”
“เพราะงั้นเด็กพวกนั้นก็คือคนที่ถูกทิ้งไว้ที่นี่”
“ยังจำกฎข้อห้าของบ้านได้ไหม?” ซ่งลี่เน้นทีละคำ “ก่อนฟ้ามืดต้องกลับบ้าน”
“นี่เป็นกฎที่เขียนไว้ให้เด็กอ่าน ถ้าอ่านกลับกัน นี่ก็คือทางรอดของพวกเรา”
“เด็กที่ยังไม่กลับบ้านตอนฟ้ามืด ก็ไม่ต้องกลับบ้านอีกแล้ว” ใบหน้าซูซูซีดเผือด “เพราะกลายเป็นเด็กของบ้านหลังนี้ไปแล้ว”
“ใช่” ซ่งลี่กล่าว “เพราะงั้นพวกเราต้องออกจากบ้านหลังนี้ก่อนฟ้ามืด”
“ยังมีประวัติการรักษาด้วย” ไป๋ลู่เสริม “ในตู้วางทีวีมีประวัติคนไข้เด็กอยู่หลายสิบเล่ม ฉันเปิดดูสองสามเล่ม หน้าสุดท้ายเขียนประโยคเดียวกันทั้งหมดว่า รักษาไม่หาย”
