บทที่ 11 แกยังเห็นเด็กในท้องเป็นสมบัติล้ำค่าอยู่สินะ
อาบน้ำอุ่นอย่างสบายตัวจนทั่วทั้งร่าง ต้องรู้ไว้ว่ายุคนี้ในชนบท ถ้าอยากอาบน้ำก็ไม่ลงแม่น้ำไปอาบเอง ก็ต้องตักน้ำใส่ถังแล้วราดตัว ไหนจะสบายเหมือนตอนนี้ได้
หลังจากนอนพักไปหนึ่งตื่น หลินเยว่เอ๋อก็ใช้จิตสำนึกสังเกตโลกภายนอก ได้ยินเสียงไก่ขันก้องไปทั่ว ช่วงนี้เป็นราว ๆ เดือนกันยายน ใกล้จะเข้าตุลาคมแล้ว ทุกคนต้องออกไปทำงานรวมกัน ถึงจะได้คะแนนแรงงาน ทุกคนต่างก็ต้องทำงาน
หลินเยว่เอ๋อก็ไม่มีข้อยกเว้น แม้ในมิติวิเศษของเธอจะมีอาหาร แต่ข้างนอกไม่มี ถ้าเธอไม่ออกไปทำงาน แต่หลังจากนี้ยังกินจนขาวอวบอยู่แบบนี้ ก็ยังต้องถูกคนสงสัยเข้าสักวัน
พอเดินออกจากบ้านเก่า หลินเยว่เอ๋อก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง แค่คืนเดียว ข้าวสาลีข้างนอกก็สูงถึงน่องแล้ว
“โตเร็วจริง ๆ ดูท่าแล้ว คืนนี้จะเก็บเกี่ยวได้เลยหรือเปล่านะ”
พอออกจากมิติวิเศษ ทำไมถึงรู้สึกเย็นสบายไปทั้งตัวนะ
หลินเยว่เอ๋อก้มมองตัวเอง แล้วก็แทบอยากกรีดร้อง เมื่อวานเธอสวมเสื้อผ้าที่อยู่ในมิติวิเศษ เมื่อครู่ดันลืมเปลี่ยนกลับเป็นเสื้อผ้าของตัวเองแล้วออกมาเสียอย่างนั้น
ตอนนี้เธอยืนเปลือยเปล่าอยู่ในบ้าน ยังดีที่ไม่มีใครอยู่ รีบกลับเข้าไปในมิติวิเศษทันที
“ยังดี ๆ อยู่บ้านพอดี ต่อไปต้องเตรียมเสื้อผ้าของตัวเองไว้ให้มากหน่อย ต่อให้อยู่ในมิติวิเศษก็อย่าสวมเสื้อผ้าของที่นั่นเลย ไม่อย่างนั้นคงเผลอลืมเรื่องนี้ได้ทุกเมื่อจริง ๆ”
ถึงจะไม่มีใครเห็น แต่หลินเยว่เอ๋อที่ยืนเปลือยกายก็ยังใจเต้นระทึก อับอายชะมัด
เธอสวมเสื้อผ้าของเมื่อวาน พูดตามตรงว่ามันใส่ไม่ค่อยสบาย เมื่อคืนเธอน่าจะซักเสื้อผ้าเสียให้เรียบร้อย ทั้งที่ในห้องน้ำก็มีเครื่องซักผ้าอยู่แท้ ๆ แต่ดันลืมไป
