เฉินอิ้งชิวเงยหน้าขึ้นจากหลังจอมอนิเตอร์
เหลียงซือเยว่เองก็จับสังเกตความเปลี่ยนแปลงชั่วขณะของสวี่จินอันได้
เธอไม่ปล่อยให้มันผ่านไป
“เธอยังคิดไม่ตกเหรอ?”
เธอยิ้มเล็กน้อย
คราวนี้ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่ดูคล้ายโมโหกับคำพูดนี้ขึ้นมาจริง ๆ
“หนึ่งปี”
“เวลาตั้งหนึ่งปี เธอยังคิดไม่ตกอีกเหรอ?”
เธอก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว คล้ายในที่สุดก็ถูกท่าทีที่พี่สาวชอบตัดสินใจแทนคนอื่นอยู่เสมอบีบคั้นจนถึงขีดสุด
“เสิ่นอู่ เธอเป็นผู้บงการเบื้องหลังอะไรหรือเปล่า? ทุกเรื่องต้องให้เธอวางแผนจัดการคนเดียว ส่วนคนอื่นแค่รอฟังคำสั่งก็พอ?”
เธอจ้องสวี่จินอัน
“หรือเธอคิดว่าฉันไม่สำคัญเลย แล้วก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้?”
ลมหายใจของสวี่จินอันช้าลงเล็กน้อย
ความสงบนิ่งที่ยังประคองไว้ได้ดีเมื่อครู่ สั่นไหวเพียงน้อยนิดเมื่อได้ยินประโยคนั้น
เหลียงซือเยว่ไม่หยุดพูด
“หลัวฉิงตายแล้ว”
คำไม่กี่คำนั้นประหนึ่งเข็มเล่มเล็กจิ๋ว แทงทะลุพื้นผิวที่ตึงเรียบไร้รอยต่อขึ้นมาอย่างฉับพลัน
สิ่งแรกที่ปรากฏในดวงตาของสวี่จินอันไม่ใช่ความเศร้า
แต่เป็นแววตาว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ราวกับคนตรงหน้าและห้องซ้อมพลันเลือนหายไปจากสายตา สิ่งที่เธอมองเห็นจริง ๆ กลับเป็นค่ำคืนหนึ่งในอดีตที่จบลงไปนานแล้ว ถุงกระดาษสีน้ำตาลในมือถูกกำแน่นขึ้น ข้อนิ้วซีดลงอย่างแทบสังเกตไม่เห็น ริมฝีปากเม้มตรงในชั่วขณะนั้น
