“อรุณสวัสดิ์”
สวี่จินอันทักทายทั้งที่ยังอมแซนด์วิชชิ้นเล็กไว้ในปาก เสียงเลยอู้อี้นิดหน่อย
ปลายสายเสียงดังจอแจ แว่วเสียงลิฟต์ถึงชั้น มีคนเดินผ่านถังอี้ไปแล้วรีบเรียก “พี่ถัง” ดูเหมือนเธอเพิ่งมาถึงบริษัท ฝีเท้าไม่เคยหยุดเลยสักนิด
“เสียงเธอเป็นอะไรไป?” ถังอี้ถามอย่างระแวดระวัง “อย่าบอกนะว่าเพิ่งตื่น?”
“ตื่นแล้วค่ะ”
“งั้นก็เพิ่งตื่นได้ไม่นานน่ะสิ”
สวี่จินอันไม่ได้ตอบ เธอแค่ดึงใบงานวิเคราะห์ตัวละครเข้ามาใกล้ตัวอีกนิด แสงยามเช้าค่อย ๆ เคลื่อนจากขอบโต๊ะอาหารมาส่องบนหน้ากระดาษ รอยเขียนหลายจุดที่เธอแก้ซ้ำไปซ้ำมาเมื่อคืนจึงเห็นชัดเป็นพิเศษ
ถังอี้ไม่ได้ซักไซ้เรื่องเวลาตื่นต่อ รีบเข้าเรื่องสำคัญทันที
“ใบงานวิเคราะห์ตัวละครเขียนไปถึงไหนแล้ว?”
สวี่จินอันกลืนอาหารในปากลงไป ก่อนพลิกดูกระดาษตรงหน้าที่เขียนไปแล้วเกือบเต็มแผ่น
“เกือบเสร็จแล้วค่ะ บ่ายนี้จะตรวจอีกรอบ”
“เกือบเสร็จน่ะกี่เปอร์เซ็นต์?”
น้ำเสียงถังอี้พลันจริงจังขึ้นมาทันที
“ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็เรียกเกือบเสร็จ เก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ก็เรียกเกือบเสร็จเหมือนกัน อย่าคิดว่าพออ่านบทด้วยกันจบแล้ว ส่งเอกสารที่ดูดีสักฉบับก็พอ ผู้กำกับเฉินอิ้งชิวให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวก่อนถ่ายมาก ในเมื่อเธอให้ส่งการวิเคราะห์ตัวละครไป ก็ต้องอ่านจริงจังว่าเธอเข้าใจบทไปถึงไหนแล้ว”
“ทราบแล้วค่ะ”
“แค่ทราบไม่ได้ ต้องทำให้ได้ด้วย”
“ค่ะ”
สวี่จินอันขานรับไปพลาง ขีดเส้นใต้หัวข้อ “ความเข้าใจผิดของเสิ่นอู่” ปลายปากกาลากผ่านกระดาษเกิดเสียงเสียดสีแผ่วเบา สตรอว์เบอร์รีในกล่องแก้วข้าง ๆ ยังเหลือเกินครึ่ง สีแดงสดบนผิวผลไม้ยิ่งเด่นชัดเมื่ออยู่ใต้แสงแดด
ถังอี้คงได้ยินเสียงเขียน จึงพอใจขึ้นเล็กน้อย
“อีกเรื่อง นางรองได้เหลียงซือเยว่แล้ว เธอเจอกันแล้วใช่ไหม?”
“เจอแล้วค่ะ”
“งั้นยิ่งต้องใส่ใจให้มาก”
เสียงฝีเท้าปลายสายหยุดลง ตามด้วยเสียงเปิดประตู ถังอี้คงกลับถึงห้องทำงานแล้ว น้ำเสียงจึงไม่ต้องระวังคนรอบข้างเหมือนเมื่อครู่
