เซี่ยมี่ไม่ได้คิดจะเรียกร้องอะไรเกินตัว เธอรู้สึกจริง ๆ ว่าไลฟ์แบบวงนี้ทำได้ และเพราะทำได้ถึงต้องคุยเงื่อนไขกันให้ชัดเจน
“ส่วนแบ่งจากไลฟ์เดี่ยวของฉันต้องปรับเป็น 48% ฉันรู้ว่าบริษัทกับแพลตฟอร์มคุยเรื่องส่วนแบ่งกันได้ แถมยังมีการสนับสนุนด้วย จากยอดรายได้ตอนนี้ของฉัน แพลตฟอร์มน่าจะหักไม่ถึง 50% แล้วใช่ไหม? เพราะงั้นฉันขอ 48% คงไม่มากไปหรอก”
เซี่ยมี่คิดได้ชัดเจนมาก
เธอใช้กระแสความนิยมของตัวเองช่วยเพิ่มยอดผู้ชมให้ไลฟ์แบบวงได้ แต่รายได้หลักที่ทำให้เธอได้เงินก็คือส่วนแบ่งหุ้น 5% ของบริษัท เพราะเธอคงไม่สามารถให้พี่ชายพี่สาวของตัวเองถลุงยอดแบบไม่ยั้งเพื่อบดขยี้คู่แข่งในทุกช่วงการแข่งขันของไลฟ์แบบวงได้ ถ้าทำแบบนั้น คนอื่นในทีมก็เล่นต่อไม่ได้ แฟนคลับของสตรีมเมอร์คนอื่นก็จะหมดสนุกไปด้วย
ดังนั้นจริง ๆ แล้ว เธอต้องคอยจำกัดยอดที่แฟนคลับส่งให้ในไลฟ์แบบวงด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่ายอดรายได้ส่วนใหญ่ของเธอยังคงมาจากไลฟ์เดี่ยว
ในเมื่อเป็นแบบนี้ เรื่องที่ต้องคุยกันก็คือสัดส่วนส่วนแบ่งจากไลฟ์เดี่ยว
มุมปากของอวี้จิ่งกระตุกเล็กน้อย
เธอคิดว่าเซี่ยมี่จะคุยเรื่องผลตอบแทนจากไลฟ์แบบวงเสียอีก ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเข้าประเด็นสำคัญได้ตรงจุดขนาดนี้
คุยกับคนฉลาดนี่ชวนปวดหัวจริง ๆ
อวี้จิ่งยกมือกุมอก รู้สึกแม้แต่ตอนพูดยังเสียงสั่นนิด ๆ
“...ขอฉันคิดดูก่อน นอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีเงื่อนไขอะไรอีก?”
สัญชาตญาณบอกเธอว่าเซี่ยมี่คงไม่ได้มีเงื่อนไขแค่ข้อเดียว
เซี่ยมี่ส่งยิ้มให้เธอ
“ไลฟ์แบบวงเดือนละ 7 วันไม่ไหวหรอก เอาเป็น 5 วันแล้วกัน”
หนึ่งเดือนมีแค่สี่สัปดาห์กว่า ๆ ไลฟ์ 7 วันก็แทบกินเวลาไปหนึ่งในสี่แล้ว มากเกินไป
ที่จริงเดือนละ 5 วันก็พอช่วยดึงกระแสได้แล้ว อย่างไรเสียตามแผนของอวี้จิ่ง ตอนนี้เพิ่งตั้งไลฟ์แบบวงทีมแรก เซี่ยมี่คิดว่าอวี้จิ่งคงเสนอ 7 วันเผื่อให้เธอต่อรองอยู่แล้ว
เป็นไปตามคาด อวี้จิ่งไม่ได้มีท่าทีติดขัดกับข้อเรียกร้องนี้มากนัก แค่แสร้งทำท่าลำบากใจอยู่สองครั้งก็ยอมตกลง
