“ผู้บังคับกองพัน จัดการหมดแล้วขอรับ”
“ทหารญี่ปุ่น 81 นาย ถูกสังหารทั้งหมด ฝั่งเราไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตายขอรับ”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมอีกประโยค
“คน 40 คนทางผู้บังคับกองพันเติ้งก็กลับมาครบแล้ว มีทหารสองนายถลอกนิดหน่อย ไม่เป็นไรขอรับ”
โจวเทียนหยางพยักหน้า เก็บปืนไรเฟิลซุ่มยิง แล้วกวาดตามองทั่วหุบเขา
ศพทหารญี่ปุ่นนอนเกลื่อนกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น
ดูจากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่หน่วยไล่ล่าพกติดตัวมา
ฐานที่มั่นแห่งนี้มีกำลังพลแข็งแกร่งและมีเสบียงสะสมไม่น้อยจริง ๆ แค่ปืนกลเบาก็ยึดมาได้ตั้งหลายกระบอก
กระสุนเองก็มีมากกว่าฐานที่มั่นของหน่วยเล็ก ๆ ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
เติ้งเฉินเดินออกมาจากพุ่มไม้ มาหยุดตรงหน้าโจวเทียนหยาง
สีหน้าของเขาซับซ้อนอย่างยิ่ง
ราวกับมีบางอย่างสะกิดใจ แต่เขากลับไม่พูดอะไรออกมาทันที
เขาเงียบไปหลายวินาที คล้ายกำลังเรียบเรียงถ้อยคำ
“ผู้บังคับกองพัน”
เขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำกว่าปกติ
โจวเทียนหยางมองเขาเงียบ ๆ รอให้พูดต่อ
“ตอนทหารของท่านยิงปืน ข้าดูออกว่าพวกเขาไม่ได้ยิงสะเปะสะปะ”
“พอยิงจบชุดแรกก็เปลี่ยนแม็กกาซีนได้เร็วมาก แทบไม่มีจังหวะหยุดเลย”
“การประสานงานแบบนี้ไม่ใช่ฝึกกันวันสองวันแล้วจะทำได้”
สายตาของเขาหยุดอยู่บนใบหน้าโจวเทียนหยางชั่วครู่
“ตอนข้าอยู่กองพล 88 ก็เคยเห็นกองทัพที่สู้รบเก่ง”
“ทักษะการรบของกองทัพพวกท่านไม่ด้อยไปกว่าหน่วยไหนที่ข้าเคยเห็นเลย”
โจวเทียนหยางไม่ได้ตอบ เพียงพยักหน้าเล็กน้อย
