เพราะเหนื่อยล้าจากการนั่งรถไฟมาทั้งวัน เหยามิ่นเจียกับเหยาผิงจึงนอนตื่นสาย วันรุ่งขึ้นตอนเที่ยงถึงพาเหนียนเกาที่ดื่มนมหมดไปหนึ่งขวดตั้งแต่เช้าออกมากินมื้อกลางวัน
เหนียนเกาสวมชุดหมีมีหมวก มัดผมแกละสองข้างไว้หลังหู เหยามิ่นเจียเอื้อมมือไปด้านหลังแล้วดึงหมวกมาคลุมศีรษะเหนียนเกา
“ว้าว สมกับเป็นลูกสาวของเทพเยี่ยนของฉันจริง ๆ น่ารักจังเลย” เหยามิ่นเจียจุ๊บแก้มเหนียนเกาสองที
“ไปกันเถอะพี่ อย่าลืมเอากระบอกน้ำของเหนียนเกาไปด้วยนะ”
เหยาผิงถอนหายใจเบา ๆ ก่อนยอมรับชะตากรรม หยิบกระบอกน้ำสีชมพูหวานแหววของเหนียนเกากับกระเป๋าสะพายข้างของเหยามิ่นเจียขึ้นมา เริ่มต้นวันใหม่ในฐานะคนถือกระเป๋า
ที่หนานเฉิงมีร้านอาหารสำหรับเด็กแห่งหนึ่งซึ่งได้รีวิวดีมาก เหยามิ่นเจียค้นหาร้านนี้ระหว่างนั่งรถไฟโดยเฉพาะ ทั้งยังจองที่นั่งไว้ตั้งแต่เช้า ตั้งใจจะพาเหนียนเกาไปลองเมนูเด็กแปลกใหม่
พวกเธอเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง วางเหนียนเกาลงบนเก้าอี้เด็ก เหยามิ่นเจียพลิกดูเมนูพลางถามว่า “เหนียนเกาลองดูสิ มีอะไรที่อยากกินไหม”
ในร้านมีคนค่อนข้างเยอะ เหนียนเกาไม่ค่อยได้เจอคนแปลกหน้า ตอนนี้จึงรู้สึกกลัวอยู่บ้าง เอนตัวไปทางเหยามิ่นเจีย อยากจะมุดเข้าไปในอ้อมกอดของเธอ
เหยาผิงเห็นเช่นนั้นจึงอุ้มเหนียนเกาออกมาให้นั่งบนตัก แล้วหยิบเมนูอีกเล่มขึ้นมา “เหนียนเกาไม่ต้องกลัวนะ ลุงอุ้มอยู่”
“วันนี้เหนียนเกาเป็นแพนด้า งั้นเรากินข้าวหมีน้อยจานนี้กันดีไหม”
เหยามิ่นเจียพลิกดูเมนูไปสองสามหน้า นึกทบทวนว่าวัตถุดิบในชุดข้าวหมีน้อยนี้ล้วนเป็นของที่เหนียนเกาเคยกินแล้ว จากนั้นก็ชี้รูปให้เหนียนเกาดู
“หมีน้อย อยากกิน” อุ้งมือเล็ก ๆ ของเหนียนเกาที่วางอยู่บนรูปขยับเกาคลำไปมา ตัวแทบจะพุ่งลงไปบนเมนูอยู่แล้ว
เหยาผิงยื่นมือไปโอบพุงกลม ๆ ของเหนียนเกาไว้ คอยป้องกันไม่ให้หนูน้อยโขกโต๊ะ
หลังสั่งอาหารเสร็จ เหนียนเกาก็ค่อย ๆ คุ้นชินกับบรรยากาศคึกคักในร้าน เมื่อเหยาผิงวางเธอกลับลงบนเก้าอี้เด็กอีกครั้ง เธอก็เอาหน้าแนบกระจกบานใหญ่ข้าง ๆ จ้องมองรถหลากหลายชนิดกับผู้คนที่เดินขวักไขว่ด้านนอกอย่างอยากรู้อยากเห็น
ในเวลาเดียวกัน ภายในรถตู้สีดำคันหนึ่งบนถนน
ซูฉือนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ เหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่พอกำลังจะเบือนสายตากลับก็พลันชะงัก รีบหันไปมองฝั่งตรงข้ามถนนอีกครั้ง
“เชี่ย พี่เจ็ด ดูเด็กคนนั้นสิ”
เสิ่นเยี่ยนชูส่งเสียงจิ๊เบา ๆ “อะไร นายอยากมีลูกแล้วหรือไง”
เสิ่นเยี่ยนชูถอดหมวกที่คลุมหน้าออก แล้วหันไปมองนอกหน้าต่างรถ ตอนแรกคิดว่า ก็แค่เด็กคนหนึ่ง มีอะไรให้น่าดูกัน แต่พอเห็นเด็กคนนั้นในร้าน หัวใจของเสิ่นเยี่ยนชูกลับเต้นสะดุดไปจังหวะหนึ่งอย่างไม่มีเหตุผล
“ไม่ใช่สิพี่ พี่ไม่เห็นเหรอว่าพี่กับเด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนกันมาก”
เสิ่นเยี่ยนชูนั่งตัวตรงแล้วลดกระจกลง เพ่งพินิจใบหน้าของเหนียนเกาอย่างละเอียด
กระจกที่เลื่อนลงดึงดูดความสนใจของเหนียนเกา เมื่อเห็นใบหน้าคนที่โผล่ออกมาจากหน้าต่างรถ เธอก็แนบหน้าเข้ากับกระจก ดวงตาจับจ้องเสิ่นเยี่ยนชูไม่กะพริบ
ผู้ช่วยสาวเสี่ยวหลิวอาศัยจังหวะที่รถติดไฟแดงชะโงกหน้าไปดูด้วยความสงสัย “พี่เฉิ่น เหมือนกันตรงไหนคะ เด็กคนนั้นน่ารักขนาดนั้น ไม่เห็นเหมือนพี่เยี่ยนเลยสักนิด”
“เธอจะไปรู้อะไร ตอนเด็ก ๆ พี่เยี่ยนของเธอก็หน้าตาแบบนั้นแหละ”
“จริงเหรอคะ ตอนเด็กพี่เยี่ยนน่ารักขนาดนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึง...”
“เหมือนฉันจริง ๆ เหรอ”
เสิ่นเยี่ยนชูมีสีหน้าหม่นหมอง เอ่ยถามขึ้น
“แน่นอนสิ”
ซูฉือพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเหนียนเกาไว้หลายรูป “กลับไปแล้วฉันจะหารูปพี่เจ็ดตอนเด็กมาเทียบให้ดู แล้วนายก็จะเข้าใจเอง”
ไฟเขียวสว่างขึ้น รถตู้แล่นผ่านไป เสิ่นเยี่ยนชูมองเด็กน้อยที่ค่อย ๆ ห่างออกไปนอกหน้าต่าง ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมา
“เหนียนเกา อย่ามองแล้วจ้ะ ข้าวหมีน้อยของหนูมาแล้ว”
เหนียนเกาหันกลับมาทันที ยื่นมือไปรับช้อนจากเหยามิ่นเจีย แล้วเริ่มกินข้าว
คอนเสิร์ตเปิดให้เข้างานตอนห้าโมงเย็น หลังกินข้าวเสร็จ เหยามิ่นเจียกับเหยาผิงก็พาเหนียนเกากลับโรงแรม
“พี่ คืนนี้พี่อยู่ที่โรงแรมกับเหนียนเกานะ ถ้าฉันติดต่อทีมงานของเทพเยี่ยนได้แล้วจะโทรหาพี่ พี่อย่าพาเหนียนเกาออกไปข้างนอก วันนี้คนเยอะ อย่าทำให้เหนียนเกาตกใจล่ะ”
เหยามิ่นเจียแต่งหน้าไปพลาง กำชับเหยาผิงอย่างไม่วางใจไปพลาง
“อืม”
เหยาผิงเป็นคนเงียบขรึมมาแต่ไหนแต่ไร แต่ก็มีความคิดอ่านรอบคอบ เหยามิ่นเจียจึงไม่พูดมากต่อ
ตอนแรกเหนียนเกานั่งเล่นตุ๊กตาอยู่ข้าง ๆ พอได้ยินชื่อตัวเองก็เงยหน้ามองตามเสียง แล้วเห็นน้าถือแปรงวาดอะไรอยู่บนใบหน้า
“เอ๊ะ?”
เหนียนเกาใช้มือยันพื้น ยกก้นขึ้นยืน แล้วเดินไปข้างขาเหยามิ่นเจีย เอียงคอเขย่งปลายเท้า จ้องเหยามิ่นเจียไม่วางตา
“เป็นอะไรจ๊ะ น้าสวยไหม”
เหยามิ่นเจียก้มหน้าลงมาใกล้เหนียนเกา เหนียนเกายกมือเล็ก ๆ ขึ้นแตะ “อยาก...สวย เบบี๋สวย”
ก่อนหน้านี้เหนียนเกาเคยเห็นแม่แต่งหน้าแบบนี้ แม่ยังเคยแต่งให้เธอนิดหน่อยด้วย พอเห็นเหยามิ่นเจียทำแบบนี้ เธอก็อยากแต่งหน้าบ้าง
“ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวน้าแต่งหน้าให้เหนียนเกาสวย ๆ เลย”
พูดแล้วเหยามิ่นเจียก็จับคางนุ่มนิ่มของเหนียนเกา วาดดาวสีแดงสองสามดวงตรงหางตา แล้วเขียนอักษรย่อชื่อเสิ่นเยี่ยนชูไว้ที่แก้มยุ้ยทั้งสองข้าง แถมติดเพชรวิบวับลงไปอีกนิดหน่อย
“เสร็จเรียบร้อย!” เหยามิ่นเจียประคองแก้มของเหนียนเกา ดวงตาเป็นประกาย “อ๊าาา เด็กดีน่ารักเกินไปแล้ว เทพเยี่ยนของฉันนี่โชคดีจริง ๆ”
เหนียนเกาขมวดคิ้ว ส่ายหน้าไปมา พยายามดิ้นให้หลุดจากมือเหยามิ่นเจีย “เบบี๋ดู ให้เบบี๋ดู”
เหยามิ่นเจียปล่อยมือแล้วอุ้มเหนียนเกาไว้ในอ้อมแขน ชี้ไปที่เหนียนเกาในกระจกพลางพูดว่า “ดูสิ เบบี๋สวยไหม น้าเก่งมากใช่ไหมล่ะ”
เหนียนเกาประคองแก้มเล็ก ๆ ของตัวเอง แก้มแดงระเรื่อ “อื้อ เก่ง น้า เบบี๋สวยจัง”
“เอาล่ะจ้ะเบบี๋ เดี๋ยวน้าต้องออกไปข้างนอก หนูอยู่กับลุงที่นี่ รอน้ากลับมานะ”
เหนียนเกาหันไปมองเหยาผิงที่นั่งอยู่บนโซฟา จริง ๆ แล้วเธอใช้เวลาอยู่กับเหยาผิงนานกว่าเหยามิ่นเจียเสียอีก จึงกะพริบตาปริบ ๆ สองสามทีแล้วพยักหน้า ยอมทำตามที่เหยามิ่นเจียบอก
แต่งหน้าเสร็จ เหยามิ่นเจียก็หยิบอุปกรณ์ต่าง ๆ พาเหนียนเกามาจุ๊บลา แล้วออกจากโรงแรมไป
เหนียนเกาชื่นชมความสวยของตัวเองอยู่หน้ากระจกครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปลากตุ๊กตากระต่ายขาสั้นของตัวเอง แล้วปีนขึ้นเตียง เริ่มคุยกับกระต่ายแสนรัก
เหยาผิงไม่เข้าไปรบกวนเธอ เขาค้นหาข้อมูลของเสิ่นเยี่ยนชูในอินเทอร์เน็ต แม้จะมีข้อมูลไม่มาก แต่อย่างน้อยรู้จักเสิ่นเยี่ยนชูเพิ่มขึ้นอีกนิดก็ยังดี อย่างไรเสียเขาก็ไม่วางใจจะยกเด็กที่อยู่ด้วยกันมาสองปีกว่าให้พ่อที่เรียกกันตามชื่อส่ง ๆ ดูแล
ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างสงบจนถึงห้าโมงครึ่ง เหยาผิงชงนมให้เหนียนเกา หนูน้อยยัดจุกขวดนมเข้าปากอย่างว่าง่าย สุดท้ายก็กำผ้าห่มไว้ตรงมุมหนึ่ง เอาขาข้างหนึ่งพาดทับตุ๊กตากระต่ายขาสั้น แล้วหลับไป
อีกด้านหนึ่ง เหยามิ่นเจียไปพบกับหลี่เฟยเฟยได้อย่างราบรื่น
บัตรคอนเสิร์ตเป็นหลี่เฟยเฟยที่แย่งซื้อมาได้ ทั้งคู่ได้บัตรแถวหน้าและนั่งติดกัน จึงสะดวกต่อการแลกเปลี่ยนข่าวสาร
ตอนเหยามิ่นเจียไปถึง หลี่เฟยเฟยก็นั่งประจำที่แล้ว พอเห็นเหยามิ่นเจียก็แสดงท่าทางตื่นเต้นสุด ๆ
“เพื่อนรัก ลูกสาวฉันล่ะ ทำไมไม่พาลูกสาวมาดูคอนเสิร์ตพ่อของแกด้วย”
“ฉันว่าเธอควรใจเย็นก่อนนะ เธอไม่รู้เหรอว่าคอนเสิร์ตของเทพเยี่ยนไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่าสามขวบเข้างาน แล้วบัตรก็แย่งซื้อกันไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ฉันจะไปหาบัตรให้เหนียนเกาจากที่ไหนล่ะ”
เหยามิ่นเจียถึงกับมึนงง เพื่อนคนนี้เชื่อถือได้จริงหรือเปล่า เธอควรไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นดีไหม สมาชิกแกนนำแฟนคลับก็ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวสักหน่อย
“เออจริงด้วย” หลี่เฟยเฟยหัวเราะแห้ง ๆ “ไม่ต้องห่วง คืนนี้พวกเราจะทำให้เทพเยี่ยนกับลูกสาวได้เจอกันแน่นอน”
