ระหว่างครุ่นคิด หลินฝูเซิงก็มาถึงเขตแนวโขดหินใกล้ชายฝั่งแล้ว
หอยเป๋าฮื้อบริเวณรอบนอกของเขตแนวโขดหินแห่งนี้ ถูกหลินฝูเซิงขุดไปเกือบหมดตั้งแต่เมื่อไม่กี่วันก่อน
ภายใต้การจับจ้องของเนตรเทพแห่งโชคชะตา
บริเวณรอบนอกของแนวโขดหินมีจุดสีขาวอยู่ประปรายเท่านั้น ทั้งยังมีขนาดไม่ใหญ่
น่าจะเป็นแค่ปลาทะเลทั่วไป
ส่วนในเขตลึกของแนวโขดหินกลับมีแสงสีขาวเจิดจ้าส่องวาบอยู่มากมายไม่ขาดสาย
แค่มองก็รู้ว่าข้างในมีของดี
“ดูท่าวันนี้ต้องเข้าไปในซอกโขดหินใต้น้ำ เพื่อหาของทะเลหายากแล้ว”
หลินฝูเซิงพูดพลางผูกเรือไม้ลำเล็กของตัวเองไว้กับปะการังบริเวณรอบนอกแนวโขดหิน จากนั้นก็วอร์มร่างกายเล็กน้อย ก่อนพุ่งตัวลงทะเล
ชาวประมงทั่วไปไม่กล้าเข้าใกล้ซอกโขดหินในเขตลึก
เพราะบริเวณนั้นมีทั้งสาหร่ายทะเลและปะการังขึ้นหนาแน่น
ยิ่งลึกลงไปก็แทบมองไม่เห็นแสงอาทิตย์
จะเรียกว่าเป็นเขาวงกตปะการังใต้ทะเลก็ไม่เกินจริง
หากชาวประมงที่ไม่มีประสบการณ์เข้าไป ก็หลงทางอยู่ข้างในได้ง่าย ๆ และอาจถึงตาย
แม้แต่ชาวประมงเก๋าประสบการณ์ก็ยังไม่กล้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า
เพราะการดำน้ำลึกเป็นเรื่องที่ใช้กำลังมาก
หากเรี่ยวแรงไม่พอ ก็มีแต่ต้องจมอยู่ใต้ทะเลเช่นกัน
แต่สำหรับหลินฝูเซิงแล้ว เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย
สมรรถภาพร่างกายของเขาได้รับการเสริมแกร่งจากต้นไม้เทพแห่งโชคชะตามาแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ต้นไม้เทพแห่งโชคชะตายังมอบความสามารถในการแหวกว่ายใต้น้ำให้เขา ทำให้เคลื่อนไหวใต้ทะเลได้เหมือนปลา
ที่สำคัญที่สุดคือ ก้นทะเลมืดมิดจนมองไม่เห็นอะไรในสายตาคนอื่น แต่เมื่อมองผ่านเนตรเทพแห่งโชคชะตาของเขากลับสว่างไสว
