“นี่กี่โมงกี่ยามแล้ว ยังไม่ลุกอีกเหรอ? ถ้าช้ากว่านี้ เดี๋ยวก็ออกทะเลไม่ทันหรอก”
ยามเช้า
เสียงพ่อหลินเจี้ยนกั๋วบ่นด่าดังมาจากในลานบ้าน
“เบาเสียงหน่อย เมื่อวานลูกออกทะเลกับคุณอีก แถมยังไปงมหอยเป๋าฮื้อแถวโขดหิน เหนื่อยจะแย่แล้ว ให้เขานอนต่ออีกหน่อยเถอะ”
“ถ้าอย่างนั้นเราสองคนออกทะเลกันเองก็ได้”
เสียงแม่เฉินเหมยฮวาดังตามมา
“คุณนี่นะ รักลูกจนเสียคนจริง ๆ”
“ลูกถึงได้ถูกคุณเลี้ยงจนเสียคนแบบนี้ไง”
หลินเจี้ยนกั๋วแค่นเสียงพูด
พอได้ยินเสียงพ่อแม่ หลินฝูเซิงก็ลุกจากเตียง เดินออกไปที่ลานบ้าน
“ลูกตื่นแล้วเหรอ แม่ทำอาหารเช้าไว้แล้ว กินโจ๊กสักหน่อยแล้วค่อยออกทะเลกัน”
เฉินเหมยฮวาเห็นหลินฝูเซิงตื่นแล้วก็รีบพูดขึ้น เธอกลัวว่าหลินเจี้ยนกั๋วจะด่าลูกชายอีก
หลินฝูเซิงพยักหน้า ล้างหน้าแปรงฟันอย่างง่าย ๆ แล้วกินอาหารเช้า
อาหารเช้าเรียบง่ายมาก มีแค่โจ๊กขาวธรรมดากับปลาเค็มทอด
สำหรับหลินฝูเซิงที่เคยกินอาหารเลิศรสมาสารพัดหลังประสบความสำเร็จในชาติก่อน เขาไม่ได้รังเกียจอาหารมื้อนี้ กลับกินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยซ้ำ
เพราะนี่เป็นฝีมือแม่เฉินเหมยฮวา
“เอาละ กินเสร็จก็รีบไปได้แล้ว ถ้าออกทะเลช้ากว่านี้ คงจับปลาไม่ได้สักตัว”
หลินเจี้ยนกั๋วเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วก็ร้องเรียกหลินฝูเซิง
หลินฝูเซิงขานรับว่า “อืม” วางชามกับตะเกียบลง แล้วเดินตามหลินเจี้ยนกั๋วออกจากบ้าน
หลังเรือประมงออกทะเล หลินเจี้ยนกั๋วก็อาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการออกทะเลมานาน มุ่งหน้าไปยังเขตทะเลลึกเพื่อหาฝูงปลา
ระหว่างทาง หลินเจี้ยนกั๋วทอดแหไปหลายครั้ง จับปลาโคลนกับปลากระบอกมาได้จำนวนหนึ่ง
แม้ปลาทะเลธรรมดาพวกนี้จะราคาไม่สูง แต่มีข้อดีตรงที่ได้ปริมาณมาก ทอดแหไม่กี่ครั้งก็จับมาได้ราว ๆ ร้อยกว่าจินแล้ว
