เมื่อเห็นพนักงานรอบ ๆ มารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ สีหน้าของเฉินจิ่วก็ไม่น่าดูนัก
“สหาย เมื่อกี้คุณฟังผิดแล้ว”
แต่ในวินาทีต่อมา เขาก็ฝืนยิ้มประจบขึ้นมาแล้วพูดว่า
“ผมหมายถึงอาหารทะเลล็อตนี้ที่สหายชิวซวงจัดซื้อมา คุณภาพดีมาก ต้องให้โบนัสเธอ”
“งั้นเหรอ? แล้วจะให้เท่าไรล่ะ?”
เมื่อเห็นเฉินจิ่วถอยแล้ว หลินฝูเซิงก็แอบหัวเราะในใจ ก่อนจะถามออกไป
เขาดูออกว่าชิวซวงใช้ชีวิตไม่ค่อยสบาย ทำงานจัดซื้อแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้จักหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองบ้าง
ตอนนี้เขาช่วยหลิ่วชิวซวงเรียกร้องเงินเพิ่มได้ อย่างน้อยก็ทำให้เค่อเค่อ ลูกสาวของเธอมีชีวิตที่ดีขึ้นหน่อย
“งั้นให้โบนัสสิบหยวนแล้วกัน?”
เฉินจิ่วรู้ว่าหลินฝูเซิงจงใจทำให้เขาอับอาย แต่ก็ทำได้เพียงกลั้นใจพูดออกมา
พนักงานรอบข้างได้ยินแล้ว ต่างก็มีแววอิจฉาฉายชัดบนใบหน้า
พวกเขาเป็นพนักงานโรงอาหารรัฐวิสาหกิจ ถึงจะมีงานมั่นคงและฟังดูมีหน้ามีตา
แต่เงินเดือนแต่ละเดือนก็แค่สี่สิบถึงห้าสิบหยวน สู้พวกที่ทำธุรกิจส่วนตัวข้างนอกไม่ได้
โบนัสสิบหยวนก็มากพอเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านได้ครึ่งเดือนแล้ว
หลิ่วชิวซวงไม่คิดเลยว่า หลังจากหลินฝูเซิงก่อเรื่องแบบนี้
เฉินจิ่วจะไม่เพียงลงโทษให้เธอเขียนรายงานสำนึกผิดหรือเรียกเงินชดใช้ไม่ได้ แต่ยังเพิ่มโบนัสให้อีก
หลินฝูเซิงยังคงเป็นนักเลงหัวไม้เหมือนเมื่อก่อน
แต่ไม่รู้ทำไม ครั้งนี้ความเกเรของเขากลับช่วยเธอไว้ได้มาก
เธออดมองหลินฝูเซิงไม่ได้ ขณะนั้นเขาก็มองมาทางเธอเช่นกัน แถมยังขยับมุมปากส่งสัญญาณให้
